สบายตีน ลิเวอร์พูล ตบบ๊วยฮัดเดอร์สฟิลด์ 5-0 กลับนำฝูง

สบายตีน ลิเวอร์พูล ตบบ๊วยฮัดเดอร์สฟิลด์ 5-0 กลับนำฝูง

   สบายตีน หงส์แดง ลิเวอร์พูล ยังคงเดินหน้าคว้าชัยชนะอย่างต่อเนื่องหลังจากที่เพิ่งจะเปิดบ้านอันบ๊วยของตารางอย่าง ฮัดเดอร์สฟิลด์ ไป 5-0 จากหนึ่งประตูของ นาบี้ เกอิต้า และ ซาดิโอ มาเน่ กับ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ เหมากันไปคนละ 2 ประตู พา หงส์แดง เก็บเพิ่มอีก 3 แต้มกลับขึ้นมานำเป็นจ่าฝูงแซง แมนฯซิตี้ ที่จะมีโปรแกรมลงสนามเจอกับ เบิร์นลีย์

สบายตีน ลิเวอร์พูล ตบบ๊วยฮัดเดอร์สฟิลด์ 5-0

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดบ้านพบกับ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ที่สนาม แอนฟิลด์ ในวันที่ 26 เมษายน 2562 ซึ่งเกมนี้ ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องเก็บชัยให้ได้สถานเดียวเท่านั้นหากยังอยากอยู่บนเส้นทางลุ้นแชมป์กับ ซิตี้ ต่อไป

   เริ่มเกม เสียงนกหวีดแทบจะยังไม่หายไปเลยด้วยซ้ำ ลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วจากจังหวะที่ เกอิต้า ดักบอลได้หน้าเขตโทษ แล้วบอลกระดอนไปเข้าทาง ซาล่าห์ ให้คืนกลับมาที่ เกอิต้า ในเขตโทษ ก่อนจะจัดการยิงเสียบเสาไกลเข้าประตูไป ลิเวอร์พูล นำเร็ว 1-0

   หลังจากที่ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว ลิเวอร์พูล ยังคงเป็นฝ่ายที่ครองเกมบุกและพยายามจะเอาประตูที่สองให้ได้ แล้วก็มาทำสำเร้๗ได้ในนาทีที่ 23 เมื่อ โรเบิร์ตสัน ได้บอลทางฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดเข้าไปในเขตโทษให้ มาเน่ โหม่งเข้าไปตุงตาข่าย ลิเวอร์พูล นำ 2-0

   ช่วงท้ายครึ่งแรก หงส์ ไม่ได้เร่งเกมมากนักเพราะมีตุนอยู่แล้ว 2 ประตู การเล่นจึงดูเล่นกันสบายมากขึ้น แต่ในช่วงทดเจ็บก่อนจบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ก็บวกเพิ่มได้อีกหนึ่งประตูจากจังหวะที่ อาร์โนลด์ เปิดยาวจากกลางสนามขึ้นหน้าให้ ซาล่าห์ วิ่งไปรับบอลในเขตโทษ ก่อนจะกระดกบอลข้าม ลอสเซิล เข้าประตูไปอย่างสวยงาม เจ้าถิ่น ได้เพิ่มอีกหนึ่งประตูนำ 3-0

   จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล นำ ฮัดเดอร์สฟิลด์ 3-0

   ครึ่งหลัง นาทีที่ 52 ทีมเยือนเกือบจะได้ประตูตีไข่แตก จากบาคูน่าพาบอลเข้าไปในเขตโทษแต่โดนสกัดไว้ บอลกระดอนมาเข้าทางแกรนท์พยายามจะชาร์จจ่อๆ แต่ไม่ทันบอลผ่านหน้าไปอย่างน่าเสียดาย

   นาทีที่ 66 และแล้วประตูที่ 4 ของ ลิเวอร์พูล ก็มาจนได้  เมื่อ โรเบิร์ตสัน เปิดบอลเข้าเขตโทษแต่โดนสกัดออกมาได้ ก่อนที่แถวสองจะเก็บบอลได้แล้วให้มาที่ เฮนเดอร์สัน โยนเข้าไปในเขตโทษอีกหรอให้ มาเน่ โหม่งเข้าไป หงส์นำ 4-0

   ต่อด้วยประตูที่ 5 ในนาทีที่ 83 เกอิต้า ให้ ชากิรี่ แทงต่อให้ โรเบิร์ตสัน เติมขึ้นมาทางซ้ายแล้วไหลต่อไปหน้าประตูให้ ซาล่าห์ ชาร์จจ่อๆเข้าประตูไป ลิเวอร์พูล นำ 5-0

   จบเกม ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ไป 5-0

 

 

เลิกบอดละจ้า ซาลาห์ ยิงท้ายเกมพา ลิเวอร์พูล แซง เซาแทมป์ตัน 3-1

เลิกบอดละจ้า ซาลาห์ ยิงท้ายเกมพา ลิเวอร์พูล แซง เซาแทมป์ตัน 3-1

   เลิกบอดละจ้า หงส์แดง ลิเวอร์พูล โดน เซาแธมป์ตัน ขึ้นนำไปก่อน ก่อนจะมาพลิกสถานการณ์ยิงคืน 3 ประตูรวดจากนาบี เกอิต้า ที่ยิงลูกแรกในสีเสื้อ ลิเวอร์พูล ตามมาด้วย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่เลิกบอดซะทีหลังจากที่เป้าสะอาดมา 8 เกม ก่อนสุดท้ายจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ยิงประตูที่ 3 พา ลิเวอร์พูล เอาชนะ เซาแธมป์ตัน ไป 3-1 กลับขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง

เลิกบอดละจ้า ซาลาห์ พา ลิเวอร์พูล แซง เซาแทมป์ตัน 3-1

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เซาแธมป์ตัน เปิดบ้านพบกับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่สนาม เซนต์ แมร์รี่ ในวันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2562

   เจ้าถิ่น เซาแธมป์ตัน ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดค่อนข้างดี โดยพวกเขาเอาชนะไปได้ถึง 3 เกมแต่ยังต้องลุ้นหนีตกชั้นต่อไป ส่วนทางด้าน ลิเวอร์พูล หากพวกเขาต้องการกลับไปเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง เกมนี้จะต้องเก็บ 3 แต้มให้ได้

   เริ่มเกมได้เพียงนาทีที่ 10 แฟนๆ เดอะ ค็อป ก็ต้องคิดหนักทันทีหลังจากที่ เซาแธมป์ตัน ได้โอกาสจะๆครั้งแรกก็ทำประตูขึ้นนำไปก่อนเลย 1-0 จากจังหวะที่ เบอร์ทรานด์ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายไปให้ ฮอยเบิร์ก โหม่งบอลไปเข้าทาง เชน ลอง จับก่อนแล้วยิงเข้าไปเป็นประตู

   ถัดมานาทีที่ 15 ลิเวอร์พูล เกือบจะได้ประตูตีเสมอ เมื่อซาลาห์ลากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาแล้วม้วนกลับก่อนจะเปิดไปหน้าปากประตูให้มาเน่โขกบอลลงพื้น แต่กันน์ยังเซฟเอาไว้ได้ แล้วเกอิต้าพยายามจะตามซ้ำแต่ก็ยังทำได้ไม่ค่อยดีนัก

   ลิเวอร์พูล ยังคงพยายามจะเอาประตูตีเสมอให้ได้จนกระทั่งเกมเข้าสู่นาทีที่ 36 หลังจากที่โหมบุกอย่างหนัก ในที่สุดความพยายามของพวกเขาก็ประสบความสำเร็จจนได้เมื่อ อาร์โนลด์ เก็บบอลได้ตรงสุดเส้นหลังฝั่งขวาก่อนจะเปิดบอลไปให้ เกอิต้า ได้โหม่ง บอลพุ่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ประตูนี้ถือเป็นประตูแรกของเจ้าตัวใน พรีเมียร์ลีก หงส์ตามตีเสมอสำเร็จ 1-1

   จบครึ่งแรก เซาแธมป์ตัน เสมอกับ ลิเวอร์พูล อยู่ 1-1

   ลงมาในครึ่งหลัง ช่วงแรกเจ้าถิ่นพยายามจะบุกกดดันเข้าใส่ ลิเวอร์พูล อย่างต่อเนื่อง ส่วน ลิเวอร์พูล ก็พยายามบุกเพื่อที่จะเอาประตูขึ้นนำให้ได้

   นาทีที่ 66 หงส์แดง เกือบทำสำเร็จเมื่อ เกอิต้า เปิดบอลไปให้ ฟีร์มิโน่ เกี่ยวบอลลงมีผู้เล่น เซาแธมป์ตัน ในจังหวะแรก ก่อนจะซัดไปติด โยชิดะ ที่มาบล็อกเอาไว้ได้ทัน

   กระทั่งเกมเข้าสู่ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 80 เหล่า เดอะค็อป ก็เฮกันลั่นเมื่อ ซาลาห์ หายบอดมายิงประตูแรกได้ในรอบ 8 เกม ซึ่งเป็นจังหวะสวนกลับเร็วเมื่อเจ้าตัวลากบอลขึ้นมาจากแดนตัวเองก่อนจะเห็นช่องแล้วตัดสินใจซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งเสียบเสาขวามือเข้าไปอย่างสวยงาม ลิเวอร์พูล แซงนำ 2-1

   เท่านั้นยังไม่พอทีมเยือนมาได้ประตูฝังในนาทีที่ 86 จากจังหวะสวนกลับอีกครั้งเป็น มาติป ที่โยนบอลยาวมาให้ ฟิมิโน่ ก่อนจะเปิดจากสุดเส้นหลังฝั่งขวาเข้ากลางไปให้ เฮนเดอร์สัน วิ่งมาแปในกรอบ 6 หลาเป็นประตู 3-1

   จบเกม หงส์แดง ลิเวอร์พูล พลิกเอาชนะ เซาแธมป์ตัน ไป 3-1 ขยับขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง

 

พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 ลิเวอร์พูล VS วัตฟอร์ด

พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 ลิเวอร์พูล VS วัตฟอร์ด

   พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิด แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนจาก วัตฟอร์ด ในคืนวันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2019  เวลา 03:00 น.ตามเวลาประเทศไทย

สถิติการพบกัน 5 ครั้งหลังสุดของทั้งสองทีม

24/11/18 วัตฟอร์ด 0-3 ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก

17/03/18 ลิเวอร์พูล 5-0 วัตฟอร์ด พรีเมียร์ลีก

12/08/17 วัตฟอร์ด 3-3 ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก

01/05/17 วัตฟอร์ด 0-1 ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก

06/11/16 ลิเวอร์พูล 6-1 วัตฟอร์ด พรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีกพรีวิว  ลิเวอร์พูล VS วัตฟอร์ด

ลิเวอร์พูล

   ผลสเมอจากเกม แดงเดือด กับ แมนยู เมื่อครั้งล่าสุดที่ผ่านมาทำให้สถานการณ์ของ ลิเวอร์พูล ทีมจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ยิ่งกดดันมากขึ้นเมื่อพวกถูก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บีบมามีแต้มห่างเหลือแค่แต้มเดียวเท่านั้น เกมนี้จึงมีความสำคัญกับ หงส์แดง เป็นอย่างมาก เพราะหากพวกเขาพลาดอีกเพียงแค่นัดเดียวอาจเสียบัลลังก์จ่าฝูงให้กับ เรือใบสีฟ้า ก็เป็นได้

   เกมนี้ เยอร์เก้น คล็อปป์ หมดสิทธิ์ใช้งาน โจ โกเมซ, เดยัน ลอฟเรน และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เหลด-แชมเบอร์เลน นอกจากนั้นยังมี โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน ซึ่งได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าในเกมแดงเดือดที่ผ่านมา แม้จะดูไม่ร้ายแรงนักแต่ต้องรอเช็คความฟิตอีกทีแต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร

   ส่วนนักเตะคนอื่นๆยังอยู่กันครบ นำมาโดยสามประสานในแนวรุกโมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และโรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : อลิสสัน, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, โจเอล มาติป, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, เจมส์ มิลเนอร์, จอร์จินิโอ้ ไวจ์นัลดุม, ฟาบินโญ่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์

วัตฟอร์ด

   วัตฟอร์ด โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมหลังจากที่พวกเขาเอาชนะคู่แข่งมา 3 นัดรวดรวมทุกรายการ ล่าสุดเพิ่งจะถล่ม  คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ถึง 5 ประตู ทำให้ แตนอาละวาด ขยับขึ้นมารั้งอันดับที่ 7 ของตารางเรียบร้อยแล้ว

   ซึ่งเกมนี้ ฆาบี กราเซีย กุนซือของทีมวัตฟอร์ดจะไม่สามารถใช้งาน โฆเซ โฮเลบาส ได้เพียงคนเดียวเนื่องจากติดโทษแบน แต่นอกนั้นยังอยู่กันครบทีม นำโดย เจราร์ด เดวโลเฟว ที่ซัดแฮตทริกไปเกมที่แล้ว กับ ทรอย ดีนีย์ กองหน้าตัวความหวังของทีม

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : เบน ฟอสเตอร์, เคร้ก แคทคาร์ธ, เอดรียน มาเรียบป้า, ดาริล ยานมัต, อดัม มาซิน่า, เอเตียน กาปู, อับดุลลาย ดูกูเร่, โรแบร์โต้ เปไรร่า, วิลล์ ฮิวจ์, ทรอย ดีนีย์, เคราร์ด เดลโลเฟว

 

คู่บิ๊กแมทต์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พรีวิว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ ลิเวอร์พูล

คู่บิ๊กแมทต์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พรีวิว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ ลิเวอร์พูล

   คู่บิ๊กแมทต์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2018/19 เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านพบกับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ดูบอลสด ในวันพฤหัสบดีที่ 03 มกราคม 2562 เวลา 03.00 น.

สถิติการพบกันของทั้งสองทีม

07/10/18 พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 0-0 แมนฯ ซิตี้

26/07/18 ไอซีซี แมนฯ ซิตี้ 1-2 ลิเวอร์พูล

11/04/18 แชมเปี้ยนสลีก แมนฯ ซิตี้ 1-2 ลิเวอร์พูล

05/04/18 แชมเปี้ยนสลีก ลิเวอร์พูล 3-0 แมนฯ ซิตี้

14/01/18 พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 4-3 แมนฯ ซิตี้

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

30/12/18 เซาธ์แฮมป์ตัน 1-3 แมนฯ ซิตี้ พรีเมียร์ลีก

26/12/18 เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 แมนฯ ซิตี้ พรีเมียร์ลีก

22/12/18 แมนฯ ซิตี้ 2-3 คริสตัล พาเลซ พรีเมียร์ลีก

18/12/18 เลสเตอร์ ซิตี้ 1-1 แมนฯ ซิตี้ ลีก คัพ (แมนฯ ซิตี้ ชนะจุดโทษ 3-1)

15/12/18 แมนฯ ซิตี้ 3-1 เอฟเวอร์ตัน พรีเมียร์ลีก

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ ลิเวอร์พูล

29/12/18 ลิเวอร์พูล 5-1 อาร์เซน่อล พรีเมียร์ลีก

26/12/18 ลิเวอร์พูล 4-0 นิวคาสเซิ่ล พรีเมียร์ลีก

21/12/18 วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-2 ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก

16/12/18 ลิเวอร์พูล 3-1 แมนฯ ยูไนเต็ด พรีเมียร์ลีก

11/12/18 ลิเวอร์พูล 1-0 นาโปลี แชมเปี้ยนส์ลีก

คู่บิ๊กแมทต์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ความพร้อมของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

   เกมนี้เจ้าถิ่นอดใช้งาน แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ ที่มีอาการเจ็บหนักต้องพักยาว ส่วน ฟาเบียน เดลฟ์ ก็ไม่สามารถลงสนามได้เนื่องจากติดโทษแบน ข่าวดีคือ เควิน เดอ บรอยน์ กลับมาซ้อมร่วมกับเพื่อนร่วมทีมได้แล้วพร้อมกับมาเป็นตัวเลือก ในขณะที่ อิลคาย กุนโดกัน ที่พลาดลงสนามในนัดล่าสุดจะออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมนี้

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : เอแดร์ซอน, ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, เอมเมอริก ลาปอร์กต์, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, แฟร์นันดินโญ่, ดาบิด ซิลบา, ราฮีม สเตอร์ลิง, เซร์คิโอ อเกวโร่, ลีรอย ซาเน่

ลิเวอร์พูล

   ทางด้าน หงส์แดง ลิเวอร์พูล ของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ เกมนี้ยังคงไม่มี โจ โกเมซ และ โฌแอล มาติป ที่บาดเจ็บและยังคงพักรักษาตัวอยู่ ส่วน อัลเบร์โต้ โมเรโน่ กับ เจมส์ มิลเนอร์ ก็กลับมาซ้อมได้แล้ว ในขณะที่ 3 แนวรุกตัวสำคัญของทีมอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ ยังอยู่กันครบ

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : อาลีสซง เบ็คเกอร์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, เดยัน ลอฟเรน, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจมส์ มิลเนอร์, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่