เลิกบอดละจ้า ซาลาห์ ยิงท้ายเกมพา ลิเวอร์พูล แซง เซาแทมป์ตัน 3-1

เลิกบอดละจ้า ซาลาห์ ยิงท้ายเกมพา ลิเวอร์พูล แซง เซาแทมป์ตัน 3-1

   เลิกบอดละจ้า หงส์แดง ลิเวอร์พูล โดน เซาแธมป์ตัน ขึ้นนำไปก่อน ก่อนจะมาพลิกสถานการณ์ยิงคืน 3 ประตูรวดจากนาบี เกอิต้า ที่ยิงลูกแรกในสีเสื้อ ลิเวอร์พูล ตามมาด้วย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่เลิกบอดซะทีหลังจากที่เป้าสะอาดมา 8 เกม ก่อนสุดท้ายจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ยิงประตูที่ 3 พา ลิเวอร์พูล เอาชนะ เซาแธมป์ตัน ไป 3-1 กลับขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง

เลิกบอดละจ้า ซาลาห์ พา ลิเวอร์พูล แซง เซาแทมป์ตัน 3-1

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เซาแธมป์ตัน เปิดบ้านพบกับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่สนาม เซนต์ แมร์รี่ ในวันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2562

   เจ้าถิ่น เซาแธมป์ตัน ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดค่อนข้างดี โดยพวกเขาเอาชนะไปได้ถึง 3 เกมแต่ยังต้องลุ้นหนีตกชั้นต่อไป ส่วนทางด้าน ลิเวอร์พูล หากพวกเขาต้องการกลับไปเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง เกมนี้จะต้องเก็บ 3 แต้มให้ได้

   เริ่มเกมได้เพียงนาทีที่ 10 แฟนๆ เดอะ ค็อป ก็ต้องคิดหนักทันทีหลังจากที่ เซาแธมป์ตัน ได้โอกาสจะๆครั้งแรกก็ทำประตูขึ้นนำไปก่อนเลย 1-0 จากจังหวะที่ เบอร์ทรานด์ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายไปให้ ฮอยเบิร์ก โหม่งบอลไปเข้าทาง เชน ลอง จับก่อนแล้วยิงเข้าไปเป็นประตู

   ถัดมานาทีที่ 15 ลิเวอร์พูล เกือบจะได้ประตูตีเสมอ เมื่อซาลาห์ลากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาแล้วม้วนกลับก่อนจะเปิดไปหน้าปากประตูให้มาเน่โขกบอลลงพื้น แต่กันน์ยังเซฟเอาไว้ได้ แล้วเกอิต้าพยายามจะตามซ้ำแต่ก็ยังทำได้ไม่ค่อยดีนัก

   ลิเวอร์พูล ยังคงพยายามจะเอาประตูตีเสมอให้ได้จนกระทั่งเกมเข้าสู่นาทีที่ 36 หลังจากที่โหมบุกอย่างหนัก ในที่สุดความพยายามของพวกเขาก็ประสบความสำเร็จจนได้เมื่อ อาร์โนลด์ เก็บบอลได้ตรงสุดเส้นหลังฝั่งขวาก่อนจะเปิดบอลไปให้ เกอิต้า ได้โหม่ง บอลพุ่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ประตูนี้ถือเป็นประตูแรกของเจ้าตัวใน พรีเมียร์ลีก หงส์ตามตีเสมอสำเร็จ 1-1

   จบครึ่งแรก เซาแธมป์ตัน เสมอกับ ลิเวอร์พูล อยู่ 1-1

   ลงมาในครึ่งหลัง ช่วงแรกเจ้าถิ่นพยายามจะบุกกดดันเข้าใส่ ลิเวอร์พูล อย่างต่อเนื่อง ส่วน ลิเวอร์พูล ก็พยายามบุกเพื่อที่จะเอาประตูขึ้นนำให้ได้

   นาทีที่ 66 หงส์แดง เกือบทำสำเร็จเมื่อ เกอิต้า เปิดบอลไปให้ ฟีร์มิโน่ เกี่ยวบอลลงมีผู้เล่น เซาแธมป์ตัน ในจังหวะแรก ก่อนจะซัดไปติด โยชิดะ ที่มาบล็อกเอาไว้ได้ทัน

   กระทั่งเกมเข้าสู่ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 80 เหล่า เดอะค็อป ก็เฮกันลั่นเมื่อ ซาลาห์ หายบอดมายิงประตูแรกได้ในรอบ 8 เกม ซึ่งเป็นจังหวะสวนกลับเร็วเมื่อเจ้าตัวลากบอลขึ้นมาจากแดนตัวเองก่อนจะเห็นช่องแล้วตัดสินใจซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งเสียบเสาขวามือเข้าไปอย่างสวยงาม ลิเวอร์พูล แซงนำ 2-1

   เท่านั้นยังไม่พอทีมเยือนมาได้ประตูฝังในนาทีที่ 86 จากจังหวะสวนกลับอีกครั้งเป็น มาติป ที่โยนบอลยาวมาให้ ฟิมิโน่ ก่อนจะเปิดจากสุดเส้นหลังฝั่งขวาเข้ากลางไปให้ เฮนเดอร์สัน วิ่งมาแปในกรอบ 6 หลาเป็นประตู 3-1

   จบเกม หงส์แดง ลิเวอร์พูล พลิกเอาชนะ เซาแธมป์ตัน ไป 3-1 ขยับขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง

 

พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 ลิเวอร์พูล VS วัตฟอร์ด

พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 ลิเวอร์พูล VS วัตฟอร์ด

   พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิด แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนจาก วัตฟอร์ด ในคืนวันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2019  เวลา 03:00 น.ตามเวลาประเทศไทย

สถิติการพบกัน 5 ครั้งหลังสุดของทั้งสองทีม

24/11/18 วัตฟอร์ด 0-3 ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก

17/03/18 ลิเวอร์พูล 5-0 วัตฟอร์ด พรีเมียร์ลีก

12/08/17 วัตฟอร์ด 3-3 ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก

01/05/17 วัตฟอร์ด 0-1 ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก

06/11/16 ลิเวอร์พูล 6-1 วัตฟอร์ด พรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีกพรีวิว  ลิเวอร์พูล VS วัตฟอร์ด

ลิเวอร์พูล

   ผลสเมอจากเกม แดงเดือด กับ แมนยู เมื่อครั้งล่าสุดที่ผ่านมาทำให้สถานการณ์ของ ลิเวอร์พูล ทีมจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ยิ่งกดดันมากขึ้นเมื่อพวกถูก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บีบมามีแต้มห่างเหลือแค่แต้มเดียวเท่านั้น เกมนี้จึงมีความสำคัญกับ หงส์แดง เป็นอย่างมาก เพราะหากพวกเขาพลาดอีกเพียงแค่นัดเดียวอาจเสียบัลลังก์จ่าฝูงให้กับ เรือใบสีฟ้า ก็เป็นได้

   เกมนี้ เยอร์เก้น คล็อปป์ หมดสิทธิ์ใช้งาน โจ โกเมซ, เดยัน ลอฟเรน และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เหลด-แชมเบอร์เลน นอกจากนั้นยังมี โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน ซึ่งได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าในเกมแดงเดือดที่ผ่านมา แม้จะดูไม่ร้ายแรงนักแต่ต้องรอเช็คความฟิตอีกทีแต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร

   ส่วนนักเตะคนอื่นๆยังอยู่กันครบ นำมาโดยสามประสานในแนวรุกโมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และโรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : อลิสสัน, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, โจเอล มาติป, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, เจมส์ มิลเนอร์, จอร์จินิโอ้ ไวจ์นัลดุม, ฟาบินโญ่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์

วัตฟอร์ด

   วัตฟอร์ด โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมหลังจากที่พวกเขาเอาชนะคู่แข่งมา 3 นัดรวดรวมทุกรายการ ล่าสุดเพิ่งจะถล่ม  คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ถึง 5 ประตู ทำให้ แตนอาละวาด ขยับขึ้นมารั้งอันดับที่ 7 ของตารางเรียบร้อยแล้ว

   ซึ่งเกมนี้ ฆาบี กราเซีย กุนซือของทีมวัตฟอร์ดจะไม่สามารถใช้งาน โฆเซ โฮเลบาส ได้เพียงคนเดียวเนื่องจากติดโทษแบน แต่นอกนั้นยังอยู่กันครบทีม นำโดย เจราร์ด เดวโลเฟว ที่ซัดแฮตทริกไปเกมที่แล้ว กับ ทรอย ดีนีย์ กองหน้าตัวความหวังของทีม

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : เบน ฟอสเตอร์, เคร้ก แคทคาร์ธ, เอดรียน มาเรียบป้า, ดาริล ยานมัต, อดัม มาซิน่า, เอเตียน กาปู, อับดุลลาย ดูกูเร่, โรแบร์โต้ เปไรร่า, วิลล์ ฮิวจ์, ทรอย ดีนีย์, เคราร์ด เดลโลเฟว

 

สมควรแล้ว คล็อปป์ยอมรับ หงส์ สมควรเสมอ

สมควรแล้ว คล็อปป์ยอมรับ หงส์ สมควรเสมอ

   สมควรแล้ว เยอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ของทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล ออกมายอมรับว่า หงส์ สมควรแล้วกับผลเสมอได้ในเกมกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 แม้ว่าประตูที่ได้ หงส์ จะได้จากความผิดพลาดของกรรมการก็ตาม

   หงส์แดง ลิเวอร์พูล ลงทำการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก กับ ขุนค้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่สนาม ลอนดอน สเตเดี้ยม ในวันจัทร์ที่ผ่านมา ดูบอลสด ซึ่งเกมนี้ หงส์ เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จาก ซาดิโอ มาเน่ ในนาทีที่ 22 แต่จังหวะดังกล่าวนั้นปรากฏว่า เจมส์ มิลเนอร์ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าในจังหวะหลุดไปเปิดแต่กรรมการไม่ยกธง ทำให้รอดจากการถูกจับล้ำหน้าไปได้

   จากนั้น เวสต์แฮม มาได้ประตูตามตีเสมอในนาทีที่ 28 จากจังหวะฟรีคิกลูกสูตรแล้วจบด้วย มิคาอิล อันโตนิโอ ทำให้ ขุนค้อน ตามตีเสมอได้ 1-1 จบเกม ลิเวอร์พูล กับ เวสต์แฮม แบ่งกันไปทีมละแต้ม แต่ หงส์ ยังนำเป็นจ่าฝูงมีแต้มห่างจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพียง 3 แต้มเท่านั้น

สมควรแล้ว คล็อปป์ยอมรับ หงส์ สมควรเสมอ

   ซึ่งหลังเกม คล็อปได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า “ผมไม่คิดว่ามันคือความโชคดีนะ แต่ผมก็เข้าใจนะว่าทำไมเขา (เปเญกรินี่) ถึงคิดแบบนั้น นั่นก็เพราะประตูที่เราทำได้มันล้ำหน้า”

   “ระหว่างเกมหรือแม้กระทั่งช่วงพักครึ่ง ผมไม่รู้เรื่องเลย เพราะไม่มีใครบอกผม หลังจบเกมทีมวิเคราะห์ของเราจึงเดิมมาบอกผม ผมถึงรู้ว่าเราได้ประตูจากจังหวะล้ำหน้า”

   “พวกเขาทำกันได้ดีนะ โดยเฉพาะจังหวะฟรีคิก 2-3 ครั้ง ซึ่งพวกเขาฉวยโอกาสจากจังหวะที่เราเสียบอล”

   “เราจะมีโอกาสในการเข้าทำหลายครั้ง มันเป็นเกมยากอีกเกมนึงที่เราจะต้องสร้างโอกาสในการทำประตูให้ได้เมื่อต้องเจอกับทีมที่รับแน่นแบบนี้”

   “จากสถานการณ์ของเราในตอนนี้ที่มีตัวเจ็บในทีมเยอะ หลังจากการซ้อมเราต้องเปลี่ยนถึง 3 ตำแหน่ง มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย ซึ่งจะเห็นได้ว่าเราค่อนข้างมีปัญหาพอสมควรกับลูกตั้งเตะ”

   “ดังนั้น 1 แต้มสำหรับผมก็ต้องถือว่าสมควรแล้ว”

   นอกจากนี้กุนซือของ หงส์ ยังได้พูดถึงการลุ้นแชมป์ในปีนี้ว่า “ผมจำได้ว่าเมือหลายสัปดาห์ก่อน ผมได้บอกว่าเป็นเป็นการวิ่งแข่งกันของม้าสองตัว แต่ตอนนี้ สเปอร์ส ไล่จี้ตามหลังเรามาติดๆ แม้ว่าสถานการณ์ของพวกเขาจะไม่สู้ดีนัก แต่พวกเขาก็สามารถรับมือกับมันได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งก็คงต้องชมพอชกับทีมของเขานั่นแหละ”

   “สำหรับการลุ้นแชมป์นั้นแน่นอนอยู่แล้วว่ามันจะต้องยากขึ้น ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะหากคุณอยากชนะ คุณก็ต้องพร้อมกับทุกสถานการณ์” คล็อปป์ กล่าว

 

คู่บิ๊กแมทต์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พรีวิว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ ลิเวอร์พูล

คู่บิ๊กแมทต์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พรีวิว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ ลิเวอร์พูล

   คู่บิ๊กแมทต์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2018/19 เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านพบกับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ดูบอลสด ในวันพฤหัสบดีที่ 03 มกราคม 2562 เวลา 03.00 น.

สถิติการพบกันของทั้งสองทีม

07/10/18 พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 0-0 แมนฯ ซิตี้

26/07/18 ไอซีซี แมนฯ ซิตี้ 1-2 ลิเวอร์พูล

11/04/18 แชมเปี้ยนสลีก แมนฯ ซิตี้ 1-2 ลิเวอร์พูล

05/04/18 แชมเปี้ยนสลีก ลิเวอร์พูล 3-0 แมนฯ ซิตี้

14/01/18 พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 4-3 แมนฯ ซิตี้

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

30/12/18 เซาธ์แฮมป์ตัน 1-3 แมนฯ ซิตี้ พรีเมียร์ลีก

26/12/18 เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 แมนฯ ซิตี้ พรีเมียร์ลีก

22/12/18 แมนฯ ซิตี้ 2-3 คริสตัล พาเลซ พรีเมียร์ลีก

18/12/18 เลสเตอร์ ซิตี้ 1-1 แมนฯ ซิตี้ ลีก คัพ (แมนฯ ซิตี้ ชนะจุดโทษ 3-1)

15/12/18 แมนฯ ซิตี้ 3-1 เอฟเวอร์ตัน พรีเมียร์ลีก

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ ลิเวอร์พูล

29/12/18 ลิเวอร์พูล 5-1 อาร์เซน่อล พรีเมียร์ลีก

26/12/18 ลิเวอร์พูล 4-0 นิวคาสเซิ่ล พรีเมียร์ลีก

21/12/18 วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-2 ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก

16/12/18 ลิเวอร์พูล 3-1 แมนฯ ยูไนเต็ด พรีเมียร์ลีก

11/12/18 ลิเวอร์พูล 1-0 นาโปลี แชมเปี้ยนส์ลีก

คู่บิ๊กแมทต์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ความพร้อมของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

   เกมนี้เจ้าถิ่นอดใช้งาน แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ ที่มีอาการเจ็บหนักต้องพักยาว ส่วน ฟาเบียน เดลฟ์ ก็ไม่สามารถลงสนามได้เนื่องจากติดโทษแบน ข่าวดีคือ เควิน เดอ บรอยน์ กลับมาซ้อมร่วมกับเพื่อนร่วมทีมได้แล้วพร้อมกับมาเป็นตัวเลือก ในขณะที่ อิลคาย กุนโดกัน ที่พลาดลงสนามในนัดล่าสุดจะออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมนี้

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : เอแดร์ซอน, ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, เอมเมอริก ลาปอร์กต์, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, แฟร์นันดินโญ่, ดาบิด ซิลบา, ราฮีม สเตอร์ลิง, เซร์คิโอ อเกวโร่, ลีรอย ซาเน่

ลิเวอร์พูล

   ทางด้าน หงส์แดง ลิเวอร์พูล ของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ เกมนี้ยังคงไม่มี โจ โกเมซ และ โฌแอล มาติป ที่บาดเจ็บและยังคงพักรักษาตัวอยู่ ส่วน อัลเบร์โต้ โมเรโน่ กับ เจมส์ มิลเนอร์ ก็กลับมาซ้อมได้แล้ว ในขณะที่ 3 แนวรุกตัวสำคัญของทีมอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ ยังอยู่กันครบ

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : อาลีสซง เบ็คเกอร์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, เดยัน ลอฟเรน, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจมส์ มิลเนอร์, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่

 

 

 

ควันหลงเกม สรุปประเด็น พร้อมผลการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก นัดที่ 5

ควันหลงเกม สรุปประเด็น พร้อมผลการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก นัดที่ 5

   ควันหลงเกม พรีเมียร์ลีก!! ผ่านไปแล้วกับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2018 นัดที่ 5 หลังจากที่พิ่งผ่านพ้นสัปดาห์ของทีมชาติไปหมาดๆ ฟุตบอลลีกก็กลับมาทำการห้ำหั่นกันอีกครั้ง และมีประเด็นที่ให้ต้องพูดถึงอยู่หลายประเด็นที่เกิดขึ้นในพรีเมียร์ลีกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่หลายประเด็นด้วยกัน

ลิเวอร์พูล ชนะ 5 นัดรวด

   นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลิเวอร์พูลชนะ 5 นัดแรกในยุค เจอร์เก้น คล็อปป์ แต่เป็นครั้งที่สามแล้วที่พวกเขาสารถทำได้ เราก็คงต้องมาดูกันว่า ลิเวอร์พูลจะสามารถรักษาฟอร์มการเล่นได้คงเส้นคงวาไปได้จนจบฤดูกาลหรือไม่ เพราะอุปสรรค์ของพวกเขาไม่ใช่แค่การรักษาฟอร์มการเล่นไว้ แต่ยังมีทีมลุ้นแชมป์ที่มากประสบการอย่างเชลซี และแมนเชสเตอร์ซิตี้ ที่ขวางทางอยู่

ควันหลงเกม สิงห์ไฮโซ เชลซี ผงาดง่าฝูงสำเร็จ ดึงหงษ์ร่วง รองจ่าฝูง

   ประเด็นสำคัญที่ร้อนแรงที่สุดในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็คงจะหนีไม่พ้นการเปลี่ยนมือของจ่าฝูงของตาราง เพราะถึงแม้ว่าพรีเมียร์ลีกเพิ่งจะผ่านมาได้เพียง 5 นัด แต่การต่อสู้นั้นเรียกได้ว่าเข้มข้นกันตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลก็ว่าได้

   โดยพรีเมียร์ลีกสัปดาห์ที่ 5 นี้ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงแทน หงษ์แดง ลิเวอร์พูล ที่ร่วงลงมาเป็นรองจ่าฝูงเรียบร้อยแล้ว หลังจากเกมที่ เชลซี เปิดสนามสแตมฟอร์ดบริดจ์เอาชนะคาร์ดิฟฟ์ไป 4-1 ทำให้ลงแข่งมา 5 นัด สิงห์ไฮโซสามารถเก็บชัยได้ทั้งหมด มี 15 แต้ม ส่วนลิเวอร์พูลบุกไปเอาชนะสเปอร์ส 2-1 เป็นการชนะ 5 นัดรวดในลีก โดยมี 15 แต้มเท่ากันกํบเชลซี แต่ลูกได้เสียเป็นทางฝั่งของสิงห์บลูที่ทำได้ดีกว่า จึงขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แมนฯยูไนเต็ด หยุด วัตฟอร์ด สำเร็จ

   หลังจากที่ทีม แตนอาละวาด วัตฟอร์ด สร้างสถิติในการชนะรวด 4 นัดแรก สุดท้ายต้องจอดที่ป้ายที่ 5 เมื่อเจอ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะถึงถิ่น 1-2 เกมนี้นับเป็นเกมที่อาจจะสร้างความเปลี่ยนแปลงในทีมปีศาจแดงพอสมควรโดยเฉพาะความมั่นใจ เราคงต้องดูกันไปยาวๆ เพราะถ้าหาก แมนยู เริ่มตั้งหลักได้ ความน่ากลัวก็คงจะค่อยๆตามมา แต่ถ้าฟอร์มลุ่มๆดอนๆอนาคตของ โชเซ มูรินโญ่ ในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดก็คงจะเหลือน้อยลงไปเช่นกัน

สรุปผลพรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์ที่ 5

วันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2561

 สเปอร์ส 1-2 ลิเวอร์พูล

แมนซิตี้ 3-0 ฟูลัม

บอร์นมัธ 4-2 เลสเตอร์

นิวคาสเซิล 1-2 อาร์เซนอล

ฮัดเดอร์ฟิลด์ 0-1 คริสตัลพาเลซ

เชลซี 4-1 คาร์ดิฟฟ์

วัตฟอร์ด 1-2 แมนยู

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน 2561

วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0 เบิร์นลีย์

เอฟเวอร์ตัน 1-3 เวสต์แฮม

วันจันทร์ที่ 17 กันยายน 2561

เซาแธมป์ตัน 2-2 ไบรท์ตัน