สบายตีน ลิเวอร์พูล ตบบ๊วยฮัดเดอร์สฟิลด์ 5-0 กลับนำฝูง

สบายตีน ลิเวอร์พูล ตบบ๊วยฮัดเดอร์สฟิลด์ 5-0 กลับนำฝูง

   สบายตีน หงส์แดง ลิเวอร์พูล ยังคงเดินหน้าคว้าชัยชนะอย่างต่อเนื่องหลังจากที่เพิ่งจะเปิดบ้านอันบ๊วยของตารางอย่าง ฮัดเดอร์สฟิลด์ ไป 5-0 จากหนึ่งประตูของ นาบี้ เกอิต้า และ ซาดิโอ มาเน่ กับ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ เหมากันไปคนละ 2 ประตู พา หงส์แดง เก็บเพิ่มอีก 3 แต้มกลับขึ้นมานำเป็นจ่าฝูงแซง แมนฯซิตี้ ที่จะมีโปรแกรมลงสนามเจอกับ เบิร์นลีย์

สบายตีน ลิเวอร์พูล ตบบ๊วยฮัดเดอร์สฟิลด์ 5-0

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดบ้านพบกับ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ที่สนาม แอนฟิลด์ ในวันที่ 26 เมษายน 2562 ซึ่งเกมนี้ ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องเก็บชัยให้ได้สถานเดียวเท่านั้นหากยังอยากอยู่บนเส้นทางลุ้นแชมป์กับ ซิตี้ ต่อไป

   เริ่มเกม เสียงนกหวีดแทบจะยังไม่หายไปเลยด้วยซ้ำ ลิเวอร์พูล ก็มาได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วจากจังหวะที่ เกอิต้า ดักบอลได้หน้าเขตโทษ แล้วบอลกระดอนไปเข้าทาง ซาล่าห์ ให้คืนกลับมาที่ เกอิต้า ในเขตโทษ ก่อนจะจัดการยิงเสียบเสาไกลเข้าประตูไป ลิเวอร์พูล นำเร็ว 1-0

   หลังจากที่ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว ลิเวอร์พูล ยังคงเป็นฝ่ายที่ครองเกมบุกและพยายามจะเอาประตูที่สองให้ได้ แล้วก็มาทำสำเร้๗ได้ในนาทีที่ 23 เมื่อ โรเบิร์ตสัน ได้บอลทางฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดเข้าไปในเขตโทษให้ มาเน่ โหม่งเข้าไปตุงตาข่าย ลิเวอร์พูล นำ 2-0

   ช่วงท้ายครึ่งแรก หงส์ ไม่ได้เร่งเกมมากนักเพราะมีตุนอยู่แล้ว 2 ประตู การเล่นจึงดูเล่นกันสบายมากขึ้น แต่ในช่วงทดเจ็บก่อนจบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ก็บวกเพิ่มได้อีกหนึ่งประตูจากจังหวะที่ อาร์โนลด์ เปิดยาวจากกลางสนามขึ้นหน้าให้ ซาล่าห์ วิ่งไปรับบอลในเขตโทษ ก่อนจะกระดกบอลข้าม ลอสเซิล เข้าประตูไปอย่างสวยงาม เจ้าถิ่น ได้เพิ่มอีกหนึ่งประตูนำ 3-0

   จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล นำ ฮัดเดอร์สฟิลด์ 3-0

   ครึ่งหลัง นาทีที่ 52 ทีมเยือนเกือบจะได้ประตูตีไข่แตก จากบาคูน่าพาบอลเข้าไปในเขตโทษแต่โดนสกัดไว้ บอลกระดอนมาเข้าทางแกรนท์พยายามจะชาร์จจ่อๆ แต่ไม่ทันบอลผ่านหน้าไปอย่างน่าเสียดาย

   นาทีที่ 66 และแล้วประตูที่ 4 ของ ลิเวอร์พูล ก็มาจนได้  เมื่อ โรเบิร์ตสัน เปิดบอลเข้าเขตโทษแต่โดนสกัดออกมาได้ ก่อนที่แถวสองจะเก็บบอลได้แล้วให้มาที่ เฮนเดอร์สัน โยนเข้าไปในเขตโทษอีกหรอให้ มาเน่ โหม่งเข้าไป หงส์นำ 4-0

   ต่อด้วยประตูที่ 5 ในนาทีที่ 83 เกอิต้า ให้ ชากิรี่ แทงต่อให้ โรเบิร์ตสัน เติมขึ้นมาทางซ้ายแล้วไหลต่อไปหน้าประตูให้ ซาล่าห์ ชาร์จจ่อๆเข้าประตูไป ลิเวอร์พูล นำ 5-0

   จบเกม ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ไป 5-0

 

 

เลิกบอดละจ้า ซาลาห์ ยิงท้ายเกมพา ลิเวอร์พูล แซง เซาแทมป์ตัน 3-1

เลิกบอดละจ้า ซาลาห์ ยิงท้ายเกมพา ลิเวอร์พูล แซง เซาแทมป์ตัน 3-1

   เลิกบอดละจ้า หงส์แดง ลิเวอร์พูล โดน เซาแธมป์ตัน ขึ้นนำไปก่อน ก่อนจะมาพลิกสถานการณ์ยิงคืน 3 ประตูรวดจากนาบี เกอิต้า ที่ยิงลูกแรกในสีเสื้อ ลิเวอร์พูล ตามมาด้วย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่เลิกบอดซะทีหลังจากที่เป้าสะอาดมา 8 เกม ก่อนสุดท้ายจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ยิงประตูที่ 3 พา ลิเวอร์พูล เอาชนะ เซาแธมป์ตัน ไป 3-1 กลับขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง

เลิกบอดละจ้า ซาลาห์ พา ลิเวอร์พูล แซง เซาแทมป์ตัน 3-1

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เซาแธมป์ตัน เปิดบ้านพบกับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่สนาม เซนต์ แมร์รี่ ในวันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2562

   เจ้าถิ่น เซาแธมป์ตัน ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดค่อนข้างดี โดยพวกเขาเอาชนะไปได้ถึง 3 เกมแต่ยังต้องลุ้นหนีตกชั้นต่อไป ส่วนทางด้าน ลิเวอร์พูล หากพวกเขาต้องการกลับไปเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง เกมนี้จะต้องเก็บ 3 แต้มให้ได้

   เริ่มเกมได้เพียงนาทีที่ 10 แฟนๆ เดอะ ค็อป ก็ต้องคิดหนักทันทีหลังจากที่ เซาแธมป์ตัน ได้โอกาสจะๆครั้งแรกก็ทำประตูขึ้นนำไปก่อนเลย 1-0 จากจังหวะที่ เบอร์ทรานด์ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายไปให้ ฮอยเบิร์ก โหม่งบอลไปเข้าทาง เชน ลอง จับก่อนแล้วยิงเข้าไปเป็นประตู

   ถัดมานาทีที่ 15 ลิเวอร์พูล เกือบจะได้ประตูตีเสมอ เมื่อซาลาห์ลากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาแล้วม้วนกลับก่อนจะเปิดไปหน้าปากประตูให้มาเน่โขกบอลลงพื้น แต่กันน์ยังเซฟเอาไว้ได้ แล้วเกอิต้าพยายามจะตามซ้ำแต่ก็ยังทำได้ไม่ค่อยดีนัก

   ลิเวอร์พูล ยังคงพยายามจะเอาประตูตีเสมอให้ได้จนกระทั่งเกมเข้าสู่นาทีที่ 36 หลังจากที่โหมบุกอย่างหนัก ในที่สุดความพยายามของพวกเขาก็ประสบความสำเร็จจนได้เมื่อ อาร์โนลด์ เก็บบอลได้ตรงสุดเส้นหลังฝั่งขวาก่อนจะเปิดบอลไปให้ เกอิต้า ได้โหม่ง บอลพุ่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ประตูนี้ถือเป็นประตูแรกของเจ้าตัวใน พรีเมียร์ลีก หงส์ตามตีเสมอสำเร็จ 1-1

   จบครึ่งแรก เซาแธมป์ตัน เสมอกับ ลิเวอร์พูล อยู่ 1-1

   ลงมาในครึ่งหลัง ช่วงแรกเจ้าถิ่นพยายามจะบุกกดดันเข้าใส่ ลิเวอร์พูล อย่างต่อเนื่อง ส่วน ลิเวอร์พูล ก็พยายามบุกเพื่อที่จะเอาประตูขึ้นนำให้ได้

   นาทีที่ 66 หงส์แดง เกือบทำสำเร็จเมื่อ เกอิต้า เปิดบอลไปให้ ฟีร์มิโน่ เกี่ยวบอลลงมีผู้เล่น เซาแธมป์ตัน ในจังหวะแรก ก่อนจะซัดไปติด โยชิดะ ที่มาบล็อกเอาไว้ได้ทัน

   กระทั่งเกมเข้าสู่ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 80 เหล่า เดอะค็อป ก็เฮกันลั่นเมื่อ ซาลาห์ หายบอดมายิงประตูแรกได้ในรอบ 8 เกม ซึ่งเป็นจังหวะสวนกลับเร็วเมื่อเจ้าตัวลากบอลขึ้นมาจากแดนตัวเองก่อนจะเห็นช่องแล้วตัดสินใจซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งเสียบเสาขวามือเข้าไปอย่างสวยงาม ลิเวอร์พูล แซงนำ 2-1

   เท่านั้นยังไม่พอทีมเยือนมาได้ประตูฝังในนาทีที่ 86 จากจังหวะสวนกลับอีกครั้งเป็น มาติป ที่โยนบอลยาวมาให้ ฟิมิโน่ ก่อนจะเปิดจากสุดเส้นหลังฝั่งขวาเข้ากลางไปให้ เฮนเดอร์สัน วิ่งมาแปในกรอบ 6 หลาเป็นประตู 3-1

   จบเกม หงส์แดง ลิเวอร์พูล พลิกเอาชนะ เซาแธมป์ตัน ไป 3-1 ขยับขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง

 

ส่งผีลงหลุม อาร์เซนอล รัว 2 เม็ด ปราบ ปีศาจแดง 2-0

ส่งผีลงหลุม อาร์เซนอล รัว 2 เม็ด ปราบ ปีศาจแดง 2-0

   ส่งผีลงหลุม ได้สำเร็จสำหรับปืนใหญ่ อาร์เซนอลที่จัดไป 2 ประตูยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้กับปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

   จากความยอดเยี่ยมของ กรานิต ชาก้า ที่เบิกทางประตูแรก ก่อนที่ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง จะมาซัดจุดโทษปิดท้าย พา อาร์เซนอล เปิดบ้านเอาชนะ แมนยู ไป 2-0 แซงขึ้นไปอยู่อันดับ 4 บนตาราง และยังยัดเยียดความพ่ายแพ้ในลีกแก่ ปีศาจแดง เป็นครั้งแรกภายใต้การคุมทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์

ส่งผีลงหลุม อาร์เซนอล ปราบ ปีศาจแดง 2-0

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ปืนใหญ่ อาร์เซนอล เปิดบ้านต้อนรับ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในวันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2562

   เจ้าถิ่น อาร์เซนอล 4 เกมหลังในลีกยังไม่แพ้ใคร เก็บมาได้ 10 แต้ม แต่ล่าสุดเพิ่งจะบุกไปพ่ายให้กับ แรนส์ มา 1-3 ส่วนทัพ ปีศาจแดง ยังไม่แพ้ในลีกเลยนับตั้งแต่ โซลชาร์ เข้ามาคุมทีมรวม 12 นัดติดต่อกัน โดยหลุดเสมอไปเพียงแค่ 2 เกม นอกนั้นชนะหมด ซึ่ง 4 นัดหลังสุดที่ทั้งสองทีมพบกัน แมนยู เป็นฝ่ายเอาชนะไป 3 และเสมอไป 1 นัด

   อาร์เซนอล บุกจากซ้ายไปขวาและเป็นฝ่ายที่ได้ทักทายก่อนในนาทีที่ 5 จากลูกยิงของ โอบาเมย็อง แต่บอลยังไม่ตรงกรอบ

   นาทีที่ 9 ปีศาจแดง ได้โต้บ้างและก็เกือบจะเป็นประตูขึ้นนำเลยเมื่อ ชอว์ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายไปหน้ากรอบ 6 หลาแล้ว ลูกากู วิ่งมาแปจ่อๆบอลเด้งชนคานไม่ได้ประตู

   แต่แล้วนาทีที่ 12 อาร์เซนอล ก็เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะที่ เมตแลนด์-ไนลส์ ขึ้นบอลทางขวาแล้วจ่ายไปให้ ลากาแซตต์ จ่ายต่อเข้ากลางให้ ชาก้า ปั่นด้วยซ้ายบอลไซด์ก้อยเปลี่ยนทางโค้งเสียบเสาไกลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ปืนใหญ่ ขึ้นนำไปก่อน 1-0

   จากนั้นทั้งสองทีมเปิดแลกกันสนุก ปีศาจแดงก็หวังประตูตีเสมอ ส่วนอาร์เซนอลก็อยากจะได้ประตูเพิ่ม แต่แม้จะไม่มีใครยอมใครก็ไม่มีทีมได้ที่ทำประตูเพิ่มได้ ทำให้จบครึ่งแรก อาร์เซนอลเป็นฝ่ายที่ตุนความได้เปรียบไปก่อน 1 ประตู

   ครึ่งหลังมาเริ่มกันใหม่ นาทีที่ 59 ปีศาจแดง ได้ลุ้นจากฟรีคิกที่ระยะประมาณเกือบ 30 หลา โดยมียืนกันอยู่ 3 คน เฟร็ด วิ่งหลอกก่อนแล้ว ป๊อกบา วิ่งตาม สุดท้ายเป็น แรชฟอร์ด ที่ซัดด้วยขวา บอลหลุดเสาสองออกไปอย่างน่าเสียดาย

   เล่นไปเล่นมาเป็นเจ้าถิ่นที่มาได้ประตูนำห่าง 2-0 จากลูกจุดโทษซึ่งมาจากจังหวะที่ ลากาแซตต์ ลากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาแล้วถูก เฟร็ด ชนลัมลงไป ผู้ตัดสินจึงเป่าให้เป็นจุดโทษของปืนทันที แล้วก็เป็น โอบาเมย็อง ที่สังหารเข้าไปไม่เหลือ

จบเกม อาร์เซนอล เปิดบ้านเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป 2-0

 

คืนรองฝูง กลัดบัค โดนก่อน แต่โชว์เหนือแซงชนะ ฮันโนเวอร์ 4-1

คืนรองฝูง กลัดบัค โดนก่อน แต่โชว์เหนือแซงชนะ ฮันโนเวอร์ 4-1

   คืนรองฝูง โบรุสเซีย มึนเช่น กลัดบัค ที่โดนนำเร็วตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งแรก แต่ยังโชว์เหนือมาแซงเอาชนะฮันโนเวอร์ไปได้ 4-1

คืนรองฝูง กลัดบัค แซงชนะ ฮันโนเวอร์ 4-1

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา โบรุสเซีย มึนเช่น กลัดบัค เปิดบ้านต้อนรับ ฮันโนเวอร์ ที่สนาม สตาดิโอน อิม โบรุสเซีย ปาร์ค ในวันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2561

   เริ่มเกมได้เพียงแค่ 20 วินาทีเท่านั้น ฮันโนเวอร์ ทำแฟนบอลเจ้าถิ่นอึ้งไปตามๆกัน เมื่อมาได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 อย่างรวดเร็วจากจังหวะบอลยาวที่วางมาให้ ฟูลครูก โหม่งต่อไปให้ บ๊อบบี้ วู้ด วิ่งไปเอาบอลแล้วหลุดเข้าไปซัดตุงตาข่าย ทีมเยือนนำเร็ว 1-0

   แต่หลังจากนั้นไม่นานในนาทีที่ 7 กลัดบัค ยิงมายิงกลับไม่โกง ตามตีเสมอเร็ว 1-1 ทันที จากจังหวะที่ ธอร์กาน อาซาร์ บรรจงซัดเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบเสาไกลอย่างสวยงาม

   หลังจากนั้นถัดมาอีกเพียง 3 นาที ธอร์กาน เกือบจะซัดเบิ้ลให้กับ กลัดบัค ได้สำเร็จจากลูกยิงในกรอบเขตโทษ บอลแฉลบเปลี่ยนทาง ทำให้พลาดประตูที่ 2 ไปอย่างน่าเสียดาย

   เกมผ่าน 20 นาที ทั้งสองทีมเริ่มจะผ่อนเกมลง แต่ กลัดบัค ยังเป็นฝ่ายที่ครองบอลได้เหนือกว่า ในขณะที่ ฮันโนเวอร์ ก็พยายามเน้นการคุมโซนในแดนของตัวเองเป็นส่วนใหญ่

   นาทีที่ 36 เกมต้องหยุดชะงักไปชั่วคราวเมื่อผู้เล่นทั้งสองทีมมีจังหวะที่ปะทะกันอย่างรุนแรง ทางฝั่งของทีมเยือนมีผู้เล่นได้รับบาดเจ็บหัวแตก ส่วนทางด้าน กลัดบัค กินเตอร์ ไม่สามารถเล่นต่อไหวจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวออกจากสนามไป

   หลังจากนั้นช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 44 กลัดบัค มาได้ประตูแซงขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะที่ ยันท์ชเก้ ออกบอลช้าเลยโดนผู้เล่นของทีมเยือนแย่งบอลไปได้ แต่กลับกลายเป็นว่าบอลปิ้นลอยมาตกหลังแนวรับของทีมเยือนซะงั้น ลังค์ เลยได้โอกาส ควบไปซัดเป็นประตูจนได้

   ครึ่งหลัง กลัดบัค ได้ประตูทิ้งห่างเป็น 3-1 ในนาทีที่ 58 เมื่อ ธอร์กาน ได้บอลแล้วเปิดจากสุดเส้นหลังไปที่เสาไกลให้ สตินเดิล ซัดเต็มข้อตุงตาข่าย

   จากนั้นเจ้าถิ่นยังครองเกมบุกอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ปล่อยโอกาสให้ทีมเยือนลืมตาอ้าปากได้เลย ในขณะที่เกมของ ฮันโนเวอร์ เองดูเหมือนจะรวนๆ และยังกลับเข้าสู่เกมไม่ได้

   จนกระทั่งนาทีที่ 77 กลัดบัค มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 4-1 จากจังหวะที่ สโตเบิล แทงบอลยาวทะลุช่องไปให้ ซากาเรีย ทะลุขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะยิงเข้าเสาไกลไปอย่างสวยสดงดงาม

   ช่วงท้ายเกม กลัดบัค ดูเหมือนจะพอใจกับสกอร์ที่ได้แล้ว จึงเล่นกันอย่างสบายๆมากขึ้นและถอยลงมาคุมโซนอยู่ในแดนของตัวเองเป็นส่วนใหญ่ ทำให้หมดเวลาการแข่งขัน กลัดบัค เป็นฝ่ายแซงชนะ ฮันโนเวอร์ 4-1 เก็บเพิ่ม 3 คะแนน ขยับขึ้นมาเป็นรองจ่าฝูงตามหลัง ดอร์ทมุนด์ 4 แต้ม

 

ปืนกระสุนด้าน อาร์เซนอล เจ๊า สปอร์ติ้ง 10 ตัว แบบไร้สกอร์ 0-0 ยังลิ่วน็อคเอาท์

ปืนกระสุนด้าน อาร์เซนอล เจ๊า สปอร์ติ้ง 10 ตัว แบบไร้สกอร์ 0-0 ยังลิ่วน็อคเอาท์

   ปืนกระสุนด้าน เจ๊า สปอร์ติ้ง แบบไร้สกอร์ 0-0 แถมยังต้องสังเวย แดนนี่ เวลเบ็ค ที่บาดเจ็บข้อเท้าตั้งแต่ครึ่งแรก และครึ่งหลัง สเตฟาน ลิชท์สไตเนอร์ ยังมาเจ็บที่แฮมสตริงไปอีกคน ทำให้ อาร์เซนอล เก็บเพิ่มได้อีกเพียง 1 แต้มในเกมนี้แต่ก็เพียงพอที่จะผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ในยูโรป้าลีกได้สำเร็จเพราะผลอีกคู่เป็นใจ

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล ยูฟ่า ยูโรป้าลีก กลุ่มอี อาร์เซนอล เปิดบ้านพบกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในวันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน 2561

ปืนกระสุนด้าน อาร์เซนอล เจ๊า สปอร์ติ้ง 00

   เริ่มเกม อาร์เซนอล เป็นฝ่ายที่ครองเกมไว้ได้และเป็นฝ่ายที่ได้ทักทายก่อนในนาทีที่ 8 จากจังหวะที่ เจนกินสัน ได้ลองส่องแถวริมกรอบเขตโทษ ซึ่งก็ทำได้แค่ส่งบอลหลุดกรอบออกไปเท่านั้น

   นาที 27 โอกาสอีกครั้งของ ปืนใหญ่ ที่น่าจะเป็นประตูแบบสุดๆ เมื่อ เกนดูซี่ พาบอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาสุดเส้นหลัง ก่อนจะไหลไปหน้าปากประตูให้ เวลเบ็ค ไขว้บอลไปแฉลบ ริเบโร่ กำลังจะข้ามเส้นแต่ โคอาเตส ยังตามมาสไลด์บอลออกไปได้หวุดหวิด

   เกมกำลังจะผ่านครึ่งชั่วโมง ความซวยก็มาเยือน อาร์เซนอล จนได้เมื่อ เวลเบ็ค ล้มข้อเท้าพลิกจากจังหวะขึ้นโหม่งบอล แพทย์สนามต้องลงไปปฐมพยาบาล และดูเหมือนว่าอาการจะหนักจนเล่นต่อไม่ไหว เอเมรี่ จึงส่ง โอบาเมยอง ลงสนามไปยืนเป็นหน้าเป้าแทน เวลเบ็ค

   จากนั้น อาร์เซนอล ยังคงเป็นฝ่ายครองเกมบุกกดดันเข้าสปอร์ติ้งเรื่อยๆ แต่ทำอะไรได้ไม่มากนัก และแทบจะไม่มีจังหวะได้จบเลย ทำให้จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเสมอกันแบบไร้สกอร์ 0-0

   ครึ่งหลังลงสนามมาปุ๊บปืนก็ได้ลุ้นปั๊บและเป็นโอกาสลุ้นที่ อาร์เซนอล น่าจะได้ประตูขึ้นนำแบบสุดๆ จากจังหวะที่ ลิชท์สไตเนอร์ โหม่งชงไปให้ มาคิทาร์ยาน ลากบอลไปจนสุดเส้นหลังฝั่งขวา ก่อนจะเปิดกลับไปที่เสาแรกให้ โอบาเมยอง ชาร์จจ่อๆ น่าเสียดายที่บอลหลุดออกไปนิดเดียวเท่านั้น

   ต่อมาดูเหมือนว่าความซวยของ อาร์เซนอล จะยังไม่ได้หมดแค่ที่ เวลเบ็ค ได้รับบาดเจ็บ แต่ในนาทีที่ 73 ปืนก็ต้องมาเสีย ลิชท์สไตเนอร์ อีกคนจากจังหวะที่เจ้าตัวเติมเกมขึ้นมาในกรอบเขตโทษฝั่งขวา  แล้วมีอาการบาดเจ็บบริเวณแฮมสตริงจนเล่นต่อไม่ไหว เอเมรี่ จึงต้องส่ง เมตแลนด์ ไนส์ ลงสนามไปเล่นแทน ในขณะที่เวลาก็เหลือน้อยลงไปทุกที

   ช่วงท้ายเกมก่อนทดเจ็บ นาทีที่ 87 อยู่ๆสปอร์ติ้งก็พลาดจากจังหวะที่เล่นอยู่ดีๆ ดันไปส่งบอลคืนหลังทำให้ โคอาเตส ที่ยังไม่ทันตั้งตัวไปพลาดโดน โอบาเมยอง ควบไปถึงบอลก่อน มาติเยอ ไม่มีทางเลือกพรุ่งเสียบหยุดเอาไว้ก่อน ผู้ตัดสินจึง เป่าฟาวล์แล้วควักใบแดงไล่ มาติเยอ ออกจากสนามไปทันที

   ซึ่งจากจังหวะดังกล่าวทำให้ อาร์เซนอล ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้ายและก็เป็น โอบาเมยอง ที่รับหน้าที่จัดการเอง ด้วยการวิ่งมาซัดด้วยขวา บอลพุ่งแรงข้ามกำแพงแล้วออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้นอะไรเลย

   จนกระทั่งจบเกมทั้งสองทีมก็ยังทำอะไรกันไม่ได้ สุดท้ายเสมอกันไป 0-0 แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ อาร์เซนอล ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ เนื่องจากผลอีกคู่ในกลุ่มเป็นใจ

 

 

ควันหลงเกม สรุปประเด็น พร้อมผลการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก นัดที่ 5

ควันหลงเกม สรุปประเด็น พร้อมผลการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก นัดที่ 5

   ควันหลงเกม พรีเมียร์ลีก!! ผ่านไปแล้วกับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2018 นัดที่ 5 หลังจากที่พิ่งผ่านพ้นสัปดาห์ของทีมชาติไปหมาดๆ ฟุตบอลลีกก็กลับมาทำการห้ำหั่นกันอีกครั้ง และมีประเด็นที่ให้ต้องพูดถึงอยู่หลายประเด็นที่เกิดขึ้นในพรีเมียร์ลีกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่หลายประเด็นด้วยกัน

ลิเวอร์พูล ชนะ 5 นัดรวด

   นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลิเวอร์พูลชนะ 5 นัดแรกในยุค เจอร์เก้น คล็อปป์ แต่เป็นครั้งที่สามแล้วที่พวกเขาสารถทำได้ เราก็คงต้องมาดูกันว่า ลิเวอร์พูลจะสามารถรักษาฟอร์มการเล่นได้คงเส้นคงวาไปได้จนจบฤดูกาลหรือไม่ เพราะอุปสรรค์ของพวกเขาไม่ใช่แค่การรักษาฟอร์มการเล่นไว้ แต่ยังมีทีมลุ้นแชมป์ที่มากประสบการอย่างเชลซี และแมนเชสเตอร์ซิตี้ ที่ขวางทางอยู่

ควันหลงเกม สิงห์ไฮโซ เชลซี ผงาดง่าฝูงสำเร็จ ดึงหงษ์ร่วง รองจ่าฝูง

   ประเด็นสำคัญที่ร้อนแรงที่สุดในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็คงจะหนีไม่พ้นการเปลี่ยนมือของจ่าฝูงของตาราง เพราะถึงแม้ว่าพรีเมียร์ลีกเพิ่งจะผ่านมาได้เพียง 5 นัด แต่การต่อสู้นั้นเรียกได้ว่าเข้มข้นกันตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลก็ว่าได้

   โดยพรีเมียร์ลีกสัปดาห์ที่ 5 นี้ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงแทน หงษ์แดง ลิเวอร์พูล ที่ร่วงลงมาเป็นรองจ่าฝูงเรียบร้อยแล้ว หลังจากเกมที่ เชลซี เปิดสนามสแตมฟอร์ดบริดจ์เอาชนะคาร์ดิฟฟ์ไป 4-1 ทำให้ลงแข่งมา 5 นัด สิงห์ไฮโซสามารถเก็บชัยได้ทั้งหมด มี 15 แต้ม ส่วนลิเวอร์พูลบุกไปเอาชนะสเปอร์ส 2-1 เป็นการชนะ 5 นัดรวดในลีก โดยมี 15 แต้มเท่ากันกํบเชลซี แต่ลูกได้เสียเป็นทางฝั่งของสิงห์บลูที่ทำได้ดีกว่า จึงขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แมนฯยูไนเต็ด หยุด วัตฟอร์ด สำเร็จ

   หลังจากที่ทีม แตนอาละวาด วัตฟอร์ด สร้างสถิติในการชนะรวด 4 นัดแรก สุดท้ายต้องจอดที่ป้ายที่ 5 เมื่อเจอ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะถึงถิ่น 1-2 เกมนี้นับเป็นเกมที่อาจจะสร้างความเปลี่ยนแปลงในทีมปีศาจแดงพอสมควรโดยเฉพาะความมั่นใจ เราคงต้องดูกันไปยาวๆ เพราะถ้าหาก แมนยู เริ่มตั้งหลักได้ ความน่ากลัวก็คงจะค่อยๆตามมา แต่ถ้าฟอร์มลุ่มๆดอนๆอนาคตของ โชเซ มูรินโญ่ ในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดก็คงจะเหลือน้อยลงไปเช่นกัน

สรุปผลพรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์ที่ 5

วันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2561

 สเปอร์ส 1-2 ลิเวอร์พูล

แมนซิตี้ 3-0 ฟูลัม

บอร์นมัธ 4-2 เลสเตอร์

นิวคาสเซิล 1-2 อาร์เซนอล

ฮัดเดอร์ฟิลด์ 0-1 คริสตัลพาเลซ

เชลซี 4-1 คาร์ดิฟฟ์

วัตฟอร์ด 1-2 แมนยู

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน 2561

วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0 เบิร์นลีย์

เอฟเวอร์ตัน 1-3 เวสต์แฮม

วันจันทร์ที่ 17 กันยายน 2561

เซาแธมป์ตัน 2-2 ไบรท์ตัน