ปืนกระสุนด้าน อาร์เซนอล เจ๊า สปอร์ติ้ง 10 ตัว แบบไร้สกอร์ 0-0 ยังลิ่วน็อคเอาท์

ปืนกระสุนด้าน อาร์เซนอล เจ๊า สปอร์ติ้ง 10 ตัว แบบไร้สกอร์ 0-0 ยังลิ่วน็อคเอาท์

   ปืนกระสุนด้าน เจ๊า สปอร์ติ้ง แบบไร้สกอร์ 0-0 แถมยังต้องสังเวย แดนนี่ เวลเบ็ค ที่บาดเจ็บข้อเท้าตั้งแต่ครึ่งแรก และครึ่งหลัง สเตฟาน ลิชท์สไตเนอร์ ยังมาเจ็บที่แฮมสตริงไปอีกคน ทำให้ อาร์เซนอล เก็บเพิ่มได้อีกเพียง 1 แต้มในเกมนี้แต่ก็เพียงพอที่จะผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ในยูโรป้าลีกได้สำเร็จเพราะผลอีกคู่เป็นใจ

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล ยูฟ่า ยูโรป้าลีก กลุ่มอี อาร์เซนอล เปิดบ้านพบกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในวันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน 2561

ปืนกระสุนด้าน อาร์เซนอล เจ๊า สปอร์ติ้ง 00

   เริ่มเกม อาร์เซนอล เป็นฝ่ายที่ครองเกมไว้ได้และเป็นฝ่ายที่ได้ทักทายก่อนในนาทีที่ 8 จากจังหวะที่ เจนกินสัน ได้ลองส่องแถวริมกรอบเขตโทษ ซึ่งก็ทำได้แค่ส่งบอลหลุดกรอบออกไปเท่านั้น

   นาที 27 โอกาสอีกครั้งของ ปืนใหญ่ ที่น่าจะเป็นประตูแบบสุดๆ เมื่อ เกนดูซี่ พาบอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาสุดเส้นหลัง ก่อนจะไหลไปหน้าปากประตูให้ เวลเบ็ค ไขว้บอลไปแฉลบ ริเบโร่ กำลังจะข้ามเส้นแต่ โคอาเตส ยังตามมาสไลด์บอลออกไปได้หวุดหวิด

   เกมกำลังจะผ่านครึ่งชั่วโมง ความซวยก็มาเยือน อาร์เซนอล จนได้เมื่อ เวลเบ็ค ล้มข้อเท้าพลิกจากจังหวะขึ้นโหม่งบอล แพทย์สนามต้องลงไปปฐมพยาบาล และดูเหมือนว่าอาการจะหนักจนเล่นต่อไม่ไหว เอเมรี่ จึงส่ง โอบาเมยอง ลงสนามไปยืนเป็นหน้าเป้าแทน เวลเบ็ค

   จากนั้น อาร์เซนอล ยังคงเป็นฝ่ายครองเกมบุกกดดันเข้าสปอร์ติ้งเรื่อยๆ แต่ทำอะไรได้ไม่มากนัก และแทบจะไม่มีจังหวะได้จบเลย ทำให้จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเสมอกันแบบไร้สกอร์ 0-0

   ครึ่งหลังลงสนามมาปุ๊บปืนก็ได้ลุ้นปั๊บและเป็นโอกาสลุ้นที่ อาร์เซนอล น่าจะได้ประตูขึ้นนำแบบสุดๆ จากจังหวะที่ ลิชท์สไตเนอร์ โหม่งชงไปให้ มาคิทาร์ยาน ลากบอลไปจนสุดเส้นหลังฝั่งขวา ก่อนจะเปิดกลับไปที่เสาแรกให้ โอบาเมยอง ชาร์จจ่อๆ น่าเสียดายที่บอลหลุดออกไปนิดเดียวเท่านั้น

   ต่อมาดูเหมือนว่าความซวยของ อาร์เซนอล จะยังไม่ได้หมดแค่ที่ เวลเบ็ค ได้รับบาดเจ็บ แต่ในนาทีที่ 73 ปืนก็ต้องมาเสีย ลิชท์สไตเนอร์ อีกคนจากจังหวะที่เจ้าตัวเติมเกมขึ้นมาในกรอบเขตโทษฝั่งขวา  แล้วมีอาการบาดเจ็บบริเวณแฮมสตริงจนเล่นต่อไม่ไหว เอเมรี่ จึงต้องส่ง เมตแลนด์ ไนส์ ลงสนามไปเล่นแทน ในขณะที่เวลาก็เหลือน้อยลงไปทุกที

   ช่วงท้ายเกมก่อนทดเจ็บ นาทีที่ 87 อยู่ๆสปอร์ติ้งก็พลาดจากจังหวะที่เล่นอยู่ดีๆ ดันไปส่งบอลคืนหลังทำให้ โคอาเตส ที่ยังไม่ทันตั้งตัวไปพลาดโดน โอบาเมยอง ควบไปถึงบอลก่อน มาติเยอ ไม่มีทางเลือกพรุ่งเสียบหยุดเอาไว้ก่อน ผู้ตัดสินจึง เป่าฟาวล์แล้วควักใบแดงไล่ มาติเยอ ออกจากสนามไปทันที

   ซึ่งจากจังหวะดังกล่าวทำให้ อาร์เซนอล ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้ายและก็เป็น โอบาเมยอง ที่รับหน้าที่จัดการเอง ด้วยการวิ่งมาซัดด้วยขวา บอลพุ่งแรงข้ามกำแพงแล้วออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้นอะไรเลย

   จนกระทั่งจบเกมทั้งสองทีมก็ยังทำอะไรกันไม่ได้ สุดท้ายเสมอกันไป 0-0 แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ อาร์เซนอล ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ เนื่องจากผลอีกคู่ในกลุ่มเป็นใจ

 

 

ควันหลงเกม สรุปประเด็น พร้อมผลการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก นัดที่ 5

ควันหลงเกม สรุปประเด็น พร้อมผลการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก นัดที่ 5

   ควันหลงเกม พรีเมียร์ลีก!! ผ่านไปแล้วกับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2018 นัดที่ 5 หลังจากที่พิ่งผ่านพ้นสัปดาห์ของทีมชาติไปหมาดๆ ฟุตบอลลีกก็กลับมาทำการห้ำหั่นกันอีกครั้ง และมีประเด็นที่ให้ต้องพูดถึงอยู่หลายประเด็นที่เกิดขึ้นในพรีเมียร์ลีกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่หลายประเด็นด้วยกัน

ลิเวอร์พูล ชนะ 5 นัดรวด

   นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ลิเวอร์พูลชนะ 5 นัดแรกในยุค เจอร์เก้น คล็อปป์ แต่เป็นครั้งที่สามแล้วที่พวกเขาสารถทำได้ เราก็คงต้องมาดูกันว่า ลิเวอร์พูลจะสามารถรักษาฟอร์มการเล่นได้คงเส้นคงวาไปได้จนจบฤดูกาลหรือไม่ เพราะอุปสรรค์ของพวกเขาไม่ใช่แค่การรักษาฟอร์มการเล่นไว้ แต่ยังมีทีมลุ้นแชมป์ที่มากประสบการอย่างเชลซี และแมนเชสเตอร์ซิตี้ ที่ขวางทางอยู่

ควันหลงเกม สิงห์ไฮโซ เชลซี ผงาดง่าฝูงสำเร็จ ดึงหงษ์ร่วง รองจ่าฝูง

   ประเด็นสำคัญที่ร้อนแรงที่สุดในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็คงจะหนีไม่พ้นการเปลี่ยนมือของจ่าฝูงของตาราง เพราะถึงแม้ว่าพรีเมียร์ลีกเพิ่งจะผ่านมาได้เพียง 5 นัด แต่การต่อสู้นั้นเรียกได้ว่าเข้มข้นกันตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาลก็ว่าได้

   โดยพรีเมียร์ลีกสัปดาห์ที่ 5 นี้ สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงแทน หงษ์แดง ลิเวอร์พูล ที่ร่วงลงมาเป็นรองจ่าฝูงเรียบร้อยแล้ว หลังจากเกมที่ เชลซี เปิดสนามสแตมฟอร์ดบริดจ์เอาชนะคาร์ดิฟฟ์ไป 4-1 ทำให้ลงแข่งมา 5 นัด สิงห์ไฮโซสามารถเก็บชัยได้ทั้งหมด มี 15 แต้ม ส่วนลิเวอร์พูลบุกไปเอาชนะสเปอร์ส 2-1 เป็นการชนะ 5 นัดรวดในลีก โดยมี 15 แต้มเท่ากันกํบเชลซี แต่ลูกได้เสียเป็นทางฝั่งของสิงห์บลูที่ทำได้ดีกว่า จึงขึ้นไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แมนฯยูไนเต็ด หยุด วัตฟอร์ด สำเร็จ

   หลังจากที่ทีม แตนอาละวาด วัตฟอร์ด สร้างสถิติในการชนะรวด 4 นัดแรก สุดท้ายต้องจอดที่ป้ายที่ 5 เมื่อเจอ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะถึงถิ่น 1-2 เกมนี้นับเป็นเกมที่อาจจะสร้างความเปลี่ยนแปลงในทีมปีศาจแดงพอสมควรโดยเฉพาะความมั่นใจ เราคงต้องดูกันไปยาวๆ เพราะถ้าหาก แมนยู เริ่มตั้งหลักได้ ความน่ากลัวก็คงจะค่อยๆตามมา แต่ถ้าฟอร์มลุ่มๆดอนๆอนาคตของ โชเซ มูรินโญ่ ในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดก็คงจะเหลือน้อยลงไปเช่นกัน

สรุปผลพรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์ที่ 5

วันเสาร์ที่ 15 กันยายน 2561

 สเปอร์ส 1-2 ลิเวอร์พูล

แมนซิตี้ 3-0 ฟูลัม

บอร์นมัธ 4-2 เลสเตอร์

นิวคาสเซิล 1-2 อาร์เซนอล

ฮัดเดอร์ฟิลด์ 0-1 คริสตัลพาเลซ

เชลซี 4-1 คาร์ดิฟฟ์

วัตฟอร์ด 1-2 แมนยู

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน 2561

วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0 เบิร์นลีย์

เอฟเวอร์ตัน 1-3 เวสต์แฮม

วันจันทร์ที่ 17 กันยายน 2561

เซาแธมป์ตัน 2-2 ไบรท์ตัน