เลิกบอดละจ้า ซาลาห์ ยิงท้ายเกมพา ลิเวอร์พูล แซง เซาแทมป์ตัน 3-1

เลิกบอดละจ้า ซาลาห์ ยิงท้ายเกมพา ลิเวอร์พูล แซง เซาแทมป์ตัน 3-1

   เลิกบอดละจ้า หงส์แดง ลิเวอร์พูล โดน เซาแธมป์ตัน ขึ้นนำไปก่อน ก่อนจะมาพลิกสถานการณ์ยิงคืน 3 ประตูรวดจากนาบี เกอิต้า ที่ยิงลูกแรกในสีเสื้อ ลิเวอร์พูล ตามมาด้วย โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่เลิกบอดซะทีหลังจากที่เป้าสะอาดมา 8 เกม ก่อนสุดท้ายจะเป็น จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ยิงประตูที่ 3 พา ลิเวอร์พูล เอาชนะ เซาแธมป์ตัน ไป 3-1 กลับขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง

เลิกบอดละจ้า ซาลาห์ พา ลิเวอร์พูล แซง เซาแทมป์ตัน 3-1

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เซาแธมป์ตัน เปิดบ้านพบกับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่สนาม เซนต์ แมร์รี่ ในวันศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2562

   เจ้าถิ่น เซาแธมป์ตัน ฟอร์ม 5 นัดหลังสุดค่อนข้างดี โดยพวกเขาเอาชนะไปได้ถึง 3 เกมแต่ยังต้องลุ้นหนีตกชั้นต่อไป ส่วนทางด้าน ลิเวอร์พูล หากพวกเขาต้องการกลับไปเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง เกมนี้จะต้องเก็บ 3 แต้มให้ได้

   เริ่มเกมได้เพียงนาทีที่ 10 แฟนๆ เดอะ ค็อป ก็ต้องคิดหนักทันทีหลังจากที่ เซาแธมป์ตัน ได้โอกาสจะๆครั้งแรกก็ทำประตูขึ้นนำไปก่อนเลย 1-0 จากจังหวะที่ เบอร์ทรานด์ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายไปให้ ฮอยเบิร์ก โหม่งบอลไปเข้าทาง เชน ลอง จับก่อนแล้วยิงเข้าไปเป็นประตู

   ถัดมานาทีที่ 15 ลิเวอร์พูล เกือบจะได้ประตูตีเสมอ เมื่อซาลาห์ลากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาแล้วม้วนกลับก่อนจะเปิดไปหน้าปากประตูให้มาเน่โขกบอลลงพื้น แต่กันน์ยังเซฟเอาไว้ได้ แล้วเกอิต้าพยายามจะตามซ้ำแต่ก็ยังทำได้ไม่ค่อยดีนัก

   ลิเวอร์พูล ยังคงพยายามจะเอาประตูตีเสมอให้ได้จนกระทั่งเกมเข้าสู่นาทีที่ 36 หลังจากที่โหมบุกอย่างหนัก ในที่สุดความพยายามของพวกเขาก็ประสบความสำเร็จจนได้เมื่อ อาร์โนลด์ เก็บบอลได้ตรงสุดเส้นหลังฝั่งขวาก่อนจะเปิดบอลไปให้ เกอิต้า ได้โหม่ง บอลพุ่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ประตูนี้ถือเป็นประตูแรกของเจ้าตัวใน พรีเมียร์ลีก หงส์ตามตีเสมอสำเร็จ 1-1

   จบครึ่งแรก เซาแธมป์ตัน เสมอกับ ลิเวอร์พูล อยู่ 1-1

   ลงมาในครึ่งหลัง ช่วงแรกเจ้าถิ่นพยายามจะบุกกดดันเข้าใส่ ลิเวอร์พูล อย่างต่อเนื่อง ส่วน ลิเวอร์พูล ก็พยายามบุกเพื่อที่จะเอาประตูขึ้นนำให้ได้

   นาทีที่ 66 หงส์แดง เกือบทำสำเร็จเมื่อ เกอิต้า เปิดบอลไปให้ ฟีร์มิโน่ เกี่ยวบอลลงมีผู้เล่น เซาแธมป์ตัน ในจังหวะแรก ก่อนจะซัดไปติด โยชิดะ ที่มาบล็อกเอาไว้ได้ทัน

   กระทั่งเกมเข้าสู่ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 80 เหล่า เดอะค็อป ก็เฮกันลั่นเมื่อ ซาลาห์ หายบอดมายิงประตูแรกได้ในรอบ 8 เกม ซึ่งเป็นจังหวะสวนกลับเร็วเมื่อเจ้าตัวลากบอลขึ้นมาจากแดนตัวเองก่อนจะเห็นช่องแล้วตัดสินใจซัดด้วยซ้าย บอลพุ่งเสียบเสาขวามือเข้าไปอย่างสวยงาม ลิเวอร์พูล แซงนำ 2-1

   เท่านั้นยังไม่พอทีมเยือนมาได้ประตูฝังในนาทีที่ 86 จากจังหวะสวนกลับอีกครั้งเป็น มาติป ที่โยนบอลยาวมาให้ ฟิมิโน่ ก่อนจะเปิดจากสุดเส้นหลังฝั่งขวาเข้ากลางไปให้ เฮนเดอร์สัน วิ่งมาแปในกรอบ 6 หลาเป็นประตู 3-1

   จบเกม หงส์แดง ลิเวอร์พูล พลิกเอาชนะ เซาแธมป์ตัน ไป 3-1 ขยับขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง

 

ส่งผีลงหลุม อาร์เซนอล รัว 2 เม็ด ปราบ ปีศาจแดง 2-0

ส่งผีลงหลุม อาร์เซนอล รัว 2 เม็ด ปราบ ปีศาจแดง 2-0

   ส่งผีลงหลุม ได้สำเร็จสำหรับปืนใหญ่ อาร์เซนอลที่จัดไป 2 ประตูยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้กับปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

   จากความยอดเยี่ยมของ กรานิต ชาก้า ที่เบิกทางประตูแรก ก่อนที่ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง จะมาซัดจุดโทษปิดท้าย พา อาร์เซนอล เปิดบ้านเอาชนะ แมนยู ไป 2-0 แซงขึ้นไปอยู่อันดับ 4 บนตาราง และยังยัดเยียดความพ่ายแพ้ในลีกแก่ ปีศาจแดง เป็นครั้งแรกภายใต้การคุมทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์

ส่งผีลงหลุม อาร์เซนอล ปราบ ปีศาจแดง 2-0

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ปืนใหญ่ อาร์เซนอล เปิดบ้านต้อนรับ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในวันอาทิตย์ที่ 10 มีนาคม 2562

   เจ้าถิ่น อาร์เซนอล 4 เกมหลังในลีกยังไม่แพ้ใคร เก็บมาได้ 10 แต้ม แต่ล่าสุดเพิ่งจะบุกไปพ่ายให้กับ แรนส์ มา 1-3 ส่วนทัพ ปีศาจแดง ยังไม่แพ้ในลีกเลยนับตั้งแต่ โซลชาร์ เข้ามาคุมทีมรวม 12 นัดติดต่อกัน โดยหลุดเสมอไปเพียงแค่ 2 เกม นอกนั้นชนะหมด ซึ่ง 4 นัดหลังสุดที่ทั้งสองทีมพบกัน แมนยู เป็นฝ่ายเอาชนะไป 3 และเสมอไป 1 นัด

   อาร์เซนอล บุกจากซ้ายไปขวาและเป็นฝ่ายที่ได้ทักทายก่อนในนาทีที่ 5 จากลูกยิงของ โอบาเมย็อง แต่บอลยังไม่ตรงกรอบ

   นาทีที่ 9 ปีศาจแดง ได้โต้บ้างและก็เกือบจะเป็นประตูขึ้นนำเลยเมื่อ ชอว์ เปิดบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายไปหน้ากรอบ 6 หลาแล้ว ลูกากู วิ่งมาแปจ่อๆบอลเด้งชนคานไม่ได้ประตู

   แต่แล้วนาทีที่ 12 อาร์เซนอล ก็เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะที่ เมตแลนด์-ไนลส์ ขึ้นบอลทางขวาแล้วจ่ายไปให้ ลากาแซตต์ จ่ายต่อเข้ากลางให้ ชาก้า ปั่นด้วยซ้ายบอลไซด์ก้อยเปลี่ยนทางโค้งเสียบเสาไกลเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ปืนใหญ่ ขึ้นนำไปก่อน 1-0

   จากนั้นทั้งสองทีมเปิดแลกกันสนุก ปีศาจแดงก็หวังประตูตีเสมอ ส่วนอาร์เซนอลก็อยากจะได้ประตูเพิ่ม แต่แม้จะไม่มีใครยอมใครก็ไม่มีทีมได้ที่ทำประตูเพิ่มได้ ทำให้จบครึ่งแรก อาร์เซนอลเป็นฝ่ายที่ตุนความได้เปรียบไปก่อน 1 ประตู

   ครึ่งหลังมาเริ่มกันใหม่ นาทีที่ 59 ปีศาจแดง ได้ลุ้นจากฟรีคิกที่ระยะประมาณเกือบ 30 หลา โดยมียืนกันอยู่ 3 คน เฟร็ด วิ่งหลอกก่อนแล้ว ป๊อกบา วิ่งตาม สุดท้ายเป็น แรชฟอร์ด ที่ซัดด้วยขวา บอลหลุดเสาสองออกไปอย่างน่าเสียดาย

   เล่นไปเล่นมาเป็นเจ้าถิ่นที่มาได้ประตูนำห่าง 2-0 จากลูกจุดโทษซึ่งมาจากจังหวะที่ ลากาแซตต์ ลากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาแล้วถูก เฟร็ด ชนลัมลงไป ผู้ตัดสินจึงเป่าให้เป็นจุดโทษของปืนทันที แล้วก็เป็น โอบาเมย็อง ที่สังหารเข้าไปไม่เหลือ

จบเกม อาร์เซนอล เปิดบ้านเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป 2-0

 

พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 ลิเวอร์พูล VS วัตฟอร์ด

พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 ลิเวอร์พูล VS วัตฟอร์ด

   พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิด แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนจาก วัตฟอร์ด ในคืนวันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2019  เวลา 03:00 น.ตามเวลาประเทศไทย

สถิติการพบกัน 5 ครั้งหลังสุดของทั้งสองทีม

24/11/18 วัตฟอร์ด 0-3 ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก

17/03/18 ลิเวอร์พูล 5-0 วัตฟอร์ด พรีเมียร์ลีก

12/08/17 วัตฟอร์ด 3-3 ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก

01/05/17 วัตฟอร์ด 0-1 ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก

06/11/16 ลิเวอร์พูล 6-1 วัตฟอร์ด พรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีกพรีวิว  ลิเวอร์พูล VS วัตฟอร์ด

ลิเวอร์พูล

   ผลสเมอจากเกม แดงเดือด กับ แมนยู เมื่อครั้งล่าสุดที่ผ่านมาทำให้สถานการณ์ของ ลิเวอร์พูล ทีมจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ยิ่งกดดันมากขึ้นเมื่อพวกถูก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บีบมามีแต้มห่างเหลือแค่แต้มเดียวเท่านั้น เกมนี้จึงมีความสำคัญกับ หงส์แดง เป็นอย่างมาก เพราะหากพวกเขาพลาดอีกเพียงแค่นัดเดียวอาจเสียบัลลังก์จ่าฝูงให้กับ เรือใบสีฟ้า ก็เป็นได้

   เกมนี้ เยอร์เก้น คล็อปป์ หมดสิทธิ์ใช้งาน โจ โกเมซ, เดยัน ลอฟเรน และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เหลด-แชมเบอร์เลน นอกจากนั้นยังมี โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน ซึ่งได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าในเกมแดงเดือดที่ผ่านมา แม้จะดูไม่ร้ายแรงนักแต่ต้องรอเช็คความฟิตอีกทีแต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร

   ส่วนนักเตะคนอื่นๆยังอยู่กันครบ นำมาโดยสามประสานในแนวรุกโมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และโรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : อลิสสัน, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, โจเอล มาติป, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, เจมส์ มิลเนอร์, จอร์จินิโอ้ ไวจ์นัลดุม, ฟาบินโญ่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์

วัตฟอร์ด

   วัตฟอร์ด โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมหลังจากที่พวกเขาเอาชนะคู่แข่งมา 3 นัดรวดรวมทุกรายการ ล่าสุดเพิ่งจะถล่ม  คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ถึง 5 ประตู ทำให้ แตนอาละวาด ขยับขึ้นมารั้งอันดับที่ 7 ของตารางเรียบร้อยแล้ว

   ซึ่งเกมนี้ ฆาบี กราเซีย กุนซือของทีมวัตฟอร์ดจะไม่สามารถใช้งาน โฆเซ โฮเลบาส ได้เพียงคนเดียวเนื่องจากติดโทษแบน แต่นอกนั้นยังอยู่กันครบทีม นำโดย เจราร์ด เดวโลเฟว ที่ซัดแฮตทริกไปเกมที่แล้ว กับ ทรอย ดีนีย์ กองหน้าตัวความหวังของทีม

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : เบน ฟอสเตอร์, เคร้ก แคทคาร์ธ, เอดรียน มาเรียบป้า, ดาริล ยานมัต, อดัม มาซิน่า, เอเตียน กาปู, อับดุลลาย ดูกูเร่, โรแบร์โต้ เปไรร่า, วิลล์ ฮิวจ์, ทรอย ดีนีย์, เคราร์ด เดลโลเฟว

 

ฟุตบอลอุ่นเครื่อง บราซิลสุดเจ๋งหลังถล่มออสเตรียไป 3-0

ฟุตบอลอุ่นเครื่อง
ฟุตบอลอุ่นเครื่อง

เกมการแข่งขันศึก ฟุตบอลอุ่นเครื่อง ในเกมนี้นั้นก็จะเป็นการเปิดปะทะระหว่างทีมชาติบราซิลที่จะต้องเจอกับทีมชาติออสเตรีย แน่นอนในเกมนี้นั้นทางด้านทีมชาติบราซิลนั้นก็สามารถที่จะระเบิดฟอร์มเก่งได้อย่างดุเดือดเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งในเกมนี้นั้นทางด้านเนย์มาร์ก็เปิดฟอร์มเล่นที่ดีมาก สามารถที่จะช่วยทีมยิงประตูได้สำเร็จด้วยนั่นเอง โดยในเกมนี้นั้นทางด้านบราซิลก็สามารถที่จะได้ประตูชัยไปถึง 3-0 ด้วยกันนั่นเอง แน่นอนเกมนี้ทำเอาทางด้านทีมชาติออสเตรียมนั้นไม่สามารถที่จะยิงไข่แตกได้เลยนั่นเอง

เนย์มาร์ลงเล่น ฟุตบอลอุ่นเครื่อง เป็นตัวจริงให้กับทีมชาติบราซิลเป็นนัดแรก

ในเกมนี้นั้นทางด้านเนย์มาร์นั้นก็ได้เปิดศึกลงเล่นเป็นตัวจริงให้กับบราซิลเป็นเกมแรกด้วยนะครับซึ่งในเกมนี้นั้นทางด้านทีมชาติบราซิลก็สามารถที่จะระเบิดฟอร์มการเล่นได้ดีเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งในเกมครึ่งแรกนั้นก็สามารถที่จะยิงประตูขึ้นนำไปได้ก่อน 1-0 จากการยิงของทางด้าน เชซุส นั่นเอง เมื่อมาเล่นกันต่อในเกมครึ่งหลังนั้นทางด้านบราซิลก็สามารถที่จะได้ประตูที่สองได้สำเร็จนะครับซึ่งในจังหวะนี้นั้นก็ในนาทีที่ 63 เมื่อทางด้าน เนย์มาร์นั้นก็ได้จัดการก่อนที่จะเน้นๆ ยิงยัดเข้ากรอบไปอย่างสวยงามนั่นเอง และอีกหนึ่งลูกถัดมาไม่กี่นาทีนั้นลูกนี้ คูตินโญ่ ก็ได้ทำซิ่งกับเพื่อนเก่าอย่าง ฟีร์มิโน่ ก่อนที่จะหลุดซ้ายยิงเข้ากรอบไปอย่างสวยงามนั่นเอง ซึ่งทำให้จบเกมนี้นั้นทางด้านทีมชาติบราซิลก็สามารถที่จะยิงประตูนำห่างไปได้ 3-0 นั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นในช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมก็ไม่สามารถที่จะทำประตูเพิ่มขึ้นได้นะครับทำให้จบเกม ทางด้านทีมชาติบราซิลก็สามารถที่จะเอาชนะทีมชาติออสเตรียไปได้ 3-0 นั่นเอง

ออสเตรียผลงานล่าสุดก็ดีอยู่เหมือนกัน

เกมก่อนหน้านี้นั้นทางด้านทีมชาติออสเตรียมก็สามารถที่จะทำผลงาน ฟุตบอลอุ่นเครื่อง ไว้ได้ดีเป็นอย่างมากเลยนะครับ โดยสามารถที่จะเอาชนะทีมชาติเยอรมันมาได้ 2-1 ด้วยกันซึ่งก็ทำให้ทีมชาติออสเตรียนั้นก็เอาชนะมาได้ 5 นัดติดต่อกันนั่นเอง ซึ่งเรียกได้ว่าฟอร์มการเล่นของออสเตรียถึงแม้ว่าในเกมนี้จะแพ้ไปแต่รับรองได้เลยนะครับว่าทางด้าน ดาวิด อลาบา และ มาร์โก อาร์เนาโตวิช ก็จะเป็นตัวหลักที่จะช่วยทีมให้ประสบความสำเร็จได้อย่างดีนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นเราก็จะต้องดูกันต่อไปนะครับว่าศึก ฟุตบอลโลก 2018 ที่กำลังจะถึงนี้นั้นทีมไหนจะสามารถที่จะระเบิดฟอร์มในเกมแรกน่าสนใจกว่ากัน ก็คงต้องติดตามดูกันต่อไปนะครับ