พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 ลิเวอร์พูล VS วัตฟอร์ด

พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 ลิเวอร์พูล VS วัตฟอร์ด

   พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิด แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนจาก วัตฟอร์ด ในคืนวันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2019  เวลา 03:00 น.ตามเวลาประเทศไทย

สถิติการพบกัน 5 ครั้งหลังสุดของทั้งสองทีม

24/11/18 วัตฟอร์ด 0-3 ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก

17/03/18 ลิเวอร์พูล 5-0 วัตฟอร์ด พรีเมียร์ลีก

12/08/17 วัตฟอร์ด 3-3 ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก

01/05/17 วัตฟอร์ด 0-1 ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก

06/11/16 ลิเวอร์พูล 6-1 วัตฟอร์ด พรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีกพรีวิว  ลิเวอร์พูล VS วัตฟอร์ด

ลิเวอร์พูล

   ผลสเมอจากเกม แดงเดือด กับ แมนยู เมื่อครั้งล่าสุดที่ผ่านมาทำให้สถานการณ์ของ ลิเวอร์พูล ทีมจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ยิ่งกดดันมากขึ้นเมื่อพวกถูก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บีบมามีแต้มห่างเหลือแค่แต้มเดียวเท่านั้น เกมนี้จึงมีความสำคัญกับ หงส์แดง เป็นอย่างมาก เพราะหากพวกเขาพลาดอีกเพียงแค่นัดเดียวอาจเสียบัลลังก์จ่าฝูงให้กับ เรือใบสีฟ้า ก็เป็นได้

   เกมนี้ เยอร์เก้น คล็อปป์ หมดสิทธิ์ใช้งาน โจ โกเมซ, เดยัน ลอฟเรน และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เหลด-แชมเบอร์เลน นอกจากนั้นยังมี โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน ซึ่งได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าในเกมแดงเดือดที่ผ่านมา แม้จะดูไม่ร้ายแรงนักแต่ต้องรอเช็คความฟิตอีกทีแต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร

   ส่วนนักเตะคนอื่นๆยังอยู่กันครบ นำมาโดยสามประสานในแนวรุกโมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และโรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : อลิสสัน, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, โจเอล มาติป, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, เจมส์ มิลเนอร์, จอร์จินิโอ้ ไวจ์นัลดุม, ฟาบินโญ่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์

วัตฟอร์ด

   วัตฟอร์ด โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมหลังจากที่พวกเขาเอาชนะคู่แข่งมา 3 นัดรวดรวมทุกรายการ ล่าสุดเพิ่งจะถล่ม  คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ถึง 5 ประตู ทำให้ แตนอาละวาด ขยับขึ้นมารั้งอันดับที่ 7 ของตารางเรียบร้อยแล้ว

   ซึ่งเกมนี้ ฆาบี กราเซีย กุนซือของทีมวัตฟอร์ดจะไม่สามารถใช้งาน โฆเซ โฮเลบาส ได้เพียงคนเดียวเนื่องจากติดโทษแบน แต่นอกนั้นยังอยู่กันครบทีม นำโดย เจราร์ด เดวโลเฟว ที่ซัดแฮตทริกไปเกมที่แล้ว กับ ทรอย ดีนีย์ กองหน้าตัวความหวังของทีม

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : เบน ฟอสเตอร์, เคร้ก แคทคาร์ธ, เอดรียน มาเรียบป้า, ดาริล ยานมัต, อดัม มาซิน่า, เอเตียน กาปู, อับดุลลาย ดูกูเร่, โรแบร์โต้ เปไรร่า, วิลล์ ฮิวจ์, ทรอย ดีนีย์, เคราร์ด เดลโลเฟว

 

ฟุตบอลอุ่นเครื่อง บราซิลสุดเจ๋งหลังถล่มออสเตรียไป 3-0

ฟุตบอลอุ่นเครื่อง
ฟุตบอลอุ่นเครื่อง

เกมการแข่งขันศึก ฟุตบอลอุ่นเครื่อง ในเกมนี้นั้นก็จะเป็นการเปิดปะทะระหว่างทีมชาติบราซิลที่จะต้องเจอกับทีมชาติออสเตรีย แน่นอนในเกมนี้นั้นทางด้านทีมชาติบราซิลนั้นก็สามารถที่จะระเบิดฟอร์มเก่งได้อย่างดุเดือดเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งในเกมนี้นั้นทางด้านเนย์มาร์ก็เปิดฟอร์มเล่นที่ดีมาก สามารถที่จะช่วยทีมยิงประตูได้สำเร็จด้วยนั่นเอง โดยในเกมนี้นั้นทางด้านบราซิลก็สามารถที่จะได้ประตูชัยไปถึง 3-0 ด้วยกันนั่นเอง แน่นอนเกมนี้ทำเอาทางด้านทีมชาติออสเตรียมนั้นไม่สามารถที่จะยิงไข่แตกได้เลยนั่นเอง

เนย์มาร์ลงเล่น ฟุตบอลอุ่นเครื่อง เป็นตัวจริงให้กับทีมชาติบราซิลเป็นนัดแรก

ในเกมนี้นั้นทางด้านเนย์มาร์นั้นก็ได้เปิดศึกลงเล่นเป็นตัวจริงให้กับบราซิลเป็นเกมแรกด้วยนะครับซึ่งในเกมนี้นั้นทางด้านทีมชาติบราซิลก็สามารถที่จะระเบิดฟอร์มการเล่นได้ดีเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งในเกมครึ่งแรกนั้นก็สามารถที่จะยิงประตูขึ้นนำไปได้ก่อน 1-0 จากการยิงของทางด้าน เชซุส นั่นเอง เมื่อมาเล่นกันต่อในเกมครึ่งหลังนั้นทางด้านบราซิลก็สามารถที่จะได้ประตูที่สองได้สำเร็จนะครับซึ่งในจังหวะนี้นั้นก็ในนาทีที่ 63 เมื่อทางด้าน เนย์มาร์นั้นก็ได้จัดการก่อนที่จะเน้นๆ ยิงยัดเข้ากรอบไปอย่างสวยงามนั่นเอง และอีกหนึ่งลูกถัดมาไม่กี่นาทีนั้นลูกนี้ คูตินโญ่ ก็ได้ทำซิ่งกับเพื่อนเก่าอย่าง ฟีร์มิโน่ ก่อนที่จะหลุดซ้ายยิงเข้ากรอบไปอย่างสวยงามนั่นเอง ซึ่งทำให้จบเกมนี้นั้นทางด้านทีมชาติบราซิลก็สามารถที่จะยิงประตูนำห่างไปได้ 3-0 นั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นในช่วงเวลาที่เหลือทั้งสองทีมก็ไม่สามารถที่จะทำประตูเพิ่มขึ้นได้นะครับทำให้จบเกม ทางด้านทีมชาติบราซิลก็สามารถที่จะเอาชนะทีมชาติออสเตรียไปได้ 3-0 นั่นเอง

ออสเตรียผลงานล่าสุดก็ดีอยู่เหมือนกัน

เกมก่อนหน้านี้นั้นทางด้านทีมชาติออสเตรียมก็สามารถที่จะทำผลงาน ฟุตบอลอุ่นเครื่อง ไว้ได้ดีเป็นอย่างมากเลยนะครับ โดยสามารถที่จะเอาชนะทีมชาติเยอรมันมาได้ 2-1 ด้วยกันซึ่งก็ทำให้ทีมชาติออสเตรียนั้นก็เอาชนะมาได้ 5 นัดติดต่อกันนั่นเอง ซึ่งเรียกได้ว่าฟอร์มการเล่นของออสเตรียถึงแม้ว่าในเกมนี้จะแพ้ไปแต่รับรองได้เลยนะครับว่าทางด้าน ดาวิด อลาบา และ มาร์โก อาร์เนาโตวิช ก็จะเป็นตัวหลักที่จะช่วยทีมให้ประสบความสำเร็จได้อย่างดีนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นเราก็จะต้องดูกันต่อไปนะครับว่าศึก ฟุตบอลโลก 2018 ที่กำลังจะถึงนี้นั้นทีมไหนจะสามารถที่จะระเบิดฟอร์มในเกมแรกน่าสนใจกว่ากัน ก็คงต้องติดตามดูกันต่อไปนะครับ