พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 ลิเวอร์พูล VS วัตฟอร์ด

พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 ลิเวอร์พูล VS วัตฟอร์ด

   พรีเมียร์ลีกพรีวิว 2018/19 หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิด แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนจาก วัตฟอร์ด ในคืนวันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ 2019  เวลา 03:00 น.ตามเวลาประเทศไทย

สถิติการพบกัน 5 ครั้งหลังสุดของทั้งสองทีม

24/11/18 วัตฟอร์ด 0-3 ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก

17/03/18 ลิเวอร์พูล 5-0 วัตฟอร์ด พรีเมียร์ลีก

12/08/17 วัตฟอร์ด 3-3 ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก

01/05/17 วัตฟอร์ด 0-1 ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก

06/11/16 ลิเวอร์พูล 6-1 วัตฟอร์ด พรีเมียร์ลีก

พรีเมียร์ลีกพรีวิว  ลิเวอร์พูล VS วัตฟอร์ด

ลิเวอร์พูล

   ผลสเมอจากเกม แดงเดือด กับ แมนยู เมื่อครั้งล่าสุดที่ผ่านมาทำให้สถานการณ์ของ ลิเวอร์พูล ทีมจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ยิ่งกดดันมากขึ้นเมื่อพวกถูก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บีบมามีแต้มห่างเหลือแค่แต้มเดียวเท่านั้น เกมนี้จึงมีความสำคัญกับ หงส์แดง เป็นอย่างมาก เพราะหากพวกเขาพลาดอีกเพียงแค่นัดเดียวอาจเสียบัลลังก์จ่าฝูงให้กับ เรือใบสีฟ้า ก็เป็นได้

   เกมนี้ เยอร์เก้น คล็อปป์ หมดสิทธิ์ใช้งาน โจ โกเมซ, เดยัน ลอฟเรน และ อเล็กซ์ อ็อกซ์เหลด-แชมเบอร์เลน นอกจากนั้นยังมี โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน ซึ่งได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าในเกมแดงเดือดที่ผ่านมา แม้จะดูไม่ร้ายแรงนักแต่ต้องรอเช็คความฟิตอีกทีแต่คิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไร

   ส่วนนักเตะคนอื่นๆยังอยู่กันครบ นำมาโดยสามประสานในแนวรุกโมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และโรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : อลิสสัน, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, โจเอล มาติป, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน, เจมส์ มิลเนอร์, จอร์จินิโอ้ ไวจ์นัลดุม, ฟาบินโญ่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์

วัตฟอร์ด

   วัตฟอร์ด โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมหลังจากที่พวกเขาเอาชนะคู่แข่งมา 3 นัดรวดรวมทุกรายการ ล่าสุดเพิ่งจะถล่ม  คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ถึง 5 ประตู ทำให้ แตนอาละวาด ขยับขึ้นมารั้งอันดับที่ 7 ของตารางเรียบร้อยแล้ว

   ซึ่งเกมนี้ ฆาบี กราเซีย กุนซือของทีมวัตฟอร์ดจะไม่สามารถใช้งาน โฆเซ โฮเลบาส ได้เพียงคนเดียวเนื่องจากติดโทษแบน แต่นอกนั้นยังอยู่กันครบทีม นำโดย เจราร์ด เดวโลเฟว ที่ซัดแฮตทริกไปเกมที่แล้ว กับ ทรอย ดีนีย์ กองหน้าตัวความหวังของทีม

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะได้ลงสนามเป็นตัวจริง : เบน ฟอสเตอร์, เคร้ก แคทคาร์ธ, เอดรียน มาเรียบป้า, ดาริล ยานมัต, อดัม มาซิน่า, เอเตียน กาปู, อับดุลลาย ดูกูเร่, โรแบร์โต้ เปไรร่า, วิลล์ ฮิวจ์, ทรอย ดีนีย์, เคราร์ด เดลโลเฟว

 

สมควรแล้ว คล็อปป์ยอมรับ หงส์ สมควรเสมอ

สมควรแล้ว คล็อปป์ยอมรับ หงส์ สมควรเสมอ

   สมควรแล้ว เยอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ของทีม หงส์แดง ลิเวอร์พูล ออกมายอมรับว่า หงส์ สมควรแล้วกับผลเสมอได้ในเกมกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 แม้ว่าประตูที่ได้ หงส์ จะได้จากความผิดพลาดของกรรมการก็ตาม

   หงส์แดง ลิเวอร์พูล ลงทำการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก กับ ขุนค้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่สนาม ลอนดอน สเตเดี้ยม ในวันจัทร์ที่ผ่านมา ดูบอลสด ซึ่งเกมนี้ หงส์ เป็นฝ่ายที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 จาก ซาดิโอ มาเน่ ในนาทีที่ 22 แต่จังหวะดังกล่าวนั้นปรากฏว่า เจมส์ มิลเนอร์ อยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าในจังหวะหลุดไปเปิดแต่กรรมการไม่ยกธง ทำให้รอดจากการถูกจับล้ำหน้าไปได้

   จากนั้น เวสต์แฮม มาได้ประตูตามตีเสมอในนาทีที่ 28 จากจังหวะฟรีคิกลูกสูตรแล้วจบด้วย มิคาอิล อันโตนิโอ ทำให้ ขุนค้อน ตามตีเสมอได้ 1-1 จบเกม ลิเวอร์พูล กับ เวสต์แฮม แบ่งกันไปทีมละแต้ม แต่ หงส์ ยังนำเป็นจ่าฝูงมีแต้มห่างจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพียง 3 แต้มเท่านั้น

สมควรแล้ว คล็อปป์ยอมรับ หงส์ สมควรเสมอ

   ซึ่งหลังเกม คล็อปได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า “ผมไม่คิดว่ามันคือความโชคดีนะ แต่ผมก็เข้าใจนะว่าทำไมเขา (เปเญกรินี่) ถึงคิดแบบนั้น นั่นก็เพราะประตูที่เราทำได้มันล้ำหน้า”

   “ระหว่างเกมหรือแม้กระทั่งช่วงพักครึ่ง ผมไม่รู้เรื่องเลย เพราะไม่มีใครบอกผม หลังจบเกมทีมวิเคราะห์ของเราจึงเดิมมาบอกผม ผมถึงรู้ว่าเราได้ประตูจากจังหวะล้ำหน้า”

   “พวกเขาทำกันได้ดีนะ โดยเฉพาะจังหวะฟรีคิก 2-3 ครั้ง ซึ่งพวกเขาฉวยโอกาสจากจังหวะที่เราเสียบอล”

   “เราจะมีโอกาสในการเข้าทำหลายครั้ง มันเป็นเกมยากอีกเกมนึงที่เราจะต้องสร้างโอกาสในการทำประตูให้ได้เมื่อต้องเจอกับทีมที่รับแน่นแบบนี้”

   “จากสถานการณ์ของเราในตอนนี้ที่มีตัวเจ็บในทีมเยอะ หลังจากการซ้อมเราต้องเปลี่ยนถึง 3 ตำแหน่ง มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย ซึ่งจะเห็นได้ว่าเราค่อนข้างมีปัญหาพอสมควรกับลูกตั้งเตะ”

   “ดังนั้น 1 แต้มสำหรับผมก็ต้องถือว่าสมควรแล้ว”

   นอกจากนี้กุนซือของ หงส์ ยังได้พูดถึงการลุ้นแชมป์ในปีนี้ว่า “ผมจำได้ว่าเมือหลายสัปดาห์ก่อน ผมได้บอกว่าเป็นเป็นการวิ่งแข่งกันของม้าสองตัว แต่ตอนนี้ สเปอร์ส ไล่จี้ตามหลังเรามาติดๆ แม้ว่าสถานการณ์ของพวกเขาจะไม่สู้ดีนัก แต่พวกเขาก็สามารถรับมือกับมันได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งก็คงต้องชมพอชกับทีมของเขานั่นแหละ”

   “สำหรับการลุ้นแชมป์นั้นแน่นอนอยู่แล้วว่ามันจะต้องยากขึ้น ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะหากคุณอยากชนะ คุณก็ต้องพร้อมกับทุกสถานการณ์” คล็อปป์ กล่าว

 

สู้ได้ ช้างศึก ทีมชาติไทย บู๊ จีน โค้ชโต่ย ย้ำทุกคนต้องทำงานหนักกว่าเดิม

สู้ได้ ช้างศึก ทีมชาติไทย บู๊ จีน โค้ชโต่ย ย้ำทุกคนต้องทำงานหนักกว่าเดิม

    สู้ได้ ช้างศึก ทีมชาติไทย จะลงสนามพบกับ ทีมชาติจีน ในศึกฟุตบอล เอเชียนคัพ 2019 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ซึ่ง โค้ชโต่ย ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย รักษาการหัวหน้าผู้ฝึกสอนของ ช้างศึก พอใจที่ ทีมชาติไทย จะได้พบกับทีมชาติจีนในรอบ 16 ทีมสุดท้าย เอเชียนคัพ และมั่นใจว่าลูกทีมของตนสามารถสู้กับจีนได้อย่างแน่นอน

   ซึ่งหลังจาก ทีมชาติไทย เสมอกับเจ้าภาพ ยูเออี ในรอบแบ่งกลุ่ม ส่งผลให้ ทีมชาติไทย ผ่านเข้าไปเล่นในรอบ 16 ทีมสุดท้าย เอเชียนคัพ 2019 ในฐานะอันดับ 2 ของกลุ่ม ซึ่งจะต้องโคจรไปพบกับอันดับสองของอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งจะต้องลุ้นว่าจะได้พบกับทีมใดระหว่าง จีน หรือ เกาหลีใต้

สู้ได้ ช้างศึก ทีมชาติไทย บู๊ จีน โค้ชโต่ย ย้ำทุกคนต้องทำงานหนักกว่าเดิม

   โดยในวันที่ 16 มกราคม ที่ผ่านมา โค้ชโต่ย ได้นำทีมงานสตาฟฟ์โค้ชเดินทางไปชมการแข่งขันที่ระหว่าง ทีมชาติจีน กับ ทีมชาติเกาหลีใต้ ซึ่งผลการแข่งขันคือ จีน พ่ายให้ เกาหลีใต้ ไป 0-2 ซึ่งหลังจากจบเกม โค้ชโต่ย ได้ให้สัมภาษณ์ว่า

   “ผมคิดว่าเราสู้ได้”

   “เกมที่จะเจอกับจีน เราต้องรักษามาตรฐานของตัวเองเอาไว้เหมือนที่ผ่านมา และจะต้องทำงานให้หนักขึ้นกว่าเดิม จีนมีนักเตะที่แข็งแรง และจะเล่นบอลโยน ซึ่งตรงนี้เราต้องนำมาปรับเพื่อที่จะรับมือให้ได้”

   “เชื่อว่าเราจะสู้กับจีนได้สนุก แต่ผลการแข่งขันคงจะต้องไปวัดกันในสนาม เราเคยเจอกันแล้วในเกมอุ่นเครื่องเมื่อปีที่ผ่านมา และถึงม้ว่าเราจะแพ้แต่เราก็สู้ได้อย่างไม่เป็นรอง”

   “สำหรับ สรรวัชญ์ เดชมิตร ที่มีอาการบาดเจ็บจนต้องกลับไปเช็คอาการที่ประเทศไทยนั้น เป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าเสียดาย เพราะเขาเป็นนักเตะที่ดี แต่นักเตะคนอื่นๆก็พร้อมทดแทนได้ ซึ่งผมจะวางแผนร่วมกับทีมงานอีกครั้ง”

   “เรามีเวลาเตรียมทีมกันอีกหลายวัน จากนี้ผมจะเน้นทุกอย่างให้ละเอียด เพื่อทำให้ ทีมชาติไทย พร้อมที่สุดที่จะเจอกับ จีน”

   “สำหรับบรรยากาศในทีมตอนนี้คึกคักมาก นักเตะทุกคนมีความกระหายและมั่นใจ แต่ผมยังย้ำกับทุกคนว่าต้องมีสมาธิมากกว่าเดิมจากเกมในรอบแรก”

   “เราทำได้ตามแผนที่ได้วางไว้ โอกาศผ่านเข้าไปเล่นในรอบต่อไปก็มีเหมือนกันครับ” โค้ชโต่ย ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย รักษาการหัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมชาติไทย กล่าวทิ้งท้าย

   ทีมชาติไทย จะพบกับ ทีมชาติจีน ในศึกฟุตบอล เอเชียนคัพ 2019 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ในวันที่ 20 มกราคม 2562 เวลา 21.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ที่สนาม ฮัสซา บิน ซายิด สเตเดียม, อัล ไอน์ ดูบอลสด ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD และ FOX Sports HD

 

คู่บิ๊กแมทต์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พรีวิว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ ลิเวอร์พูล

คู่บิ๊กแมทต์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พรีวิว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ ลิเวอร์พูล

   คู่บิ๊กแมทต์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2018/19 เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านพบกับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม ดูบอลสด ในวันพฤหัสบดีที่ 03 มกราคม 2562 เวลา 03.00 น.

สถิติการพบกันของทั้งสองทีม

07/10/18 พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 0-0 แมนฯ ซิตี้

26/07/18 ไอซีซี แมนฯ ซิตี้ 1-2 ลิเวอร์พูล

11/04/18 แชมเปี้ยนสลีก แมนฯ ซิตี้ 1-2 ลิเวอร์พูล

05/04/18 แชมเปี้ยนสลีก ลิเวอร์พูล 3-0 แมนฯ ซิตี้

14/01/18 พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 4-3 แมนฯ ซิตี้

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

30/12/18 เซาธ์แฮมป์ตัน 1-3 แมนฯ ซิตี้ พรีเมียร์ลีก

26/12/18 เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 แมนฯ ซิตี้ พรีเมียร์ลีก

22/12/18 แมนฯ ซิตี้ 2-3 คริสตัล พาเลซ พรีเมียร์ลีก

18/12/18 เลสเตอร์ ซิตี้ 1-1 แมนฯ ซิตี้ ลีก คัพ (แมนฯ ซิตี้ ชนะจุดโทษ 3-1)

15/12/18 แมนฯ ซิตี้ 3-1 เอฟเวอร์ตัน พรีเมียร์ลีก

ผลงาน 5 นัดหลังสุดของ ลิเวอร์พูล

29/12/18 ลิเวอร์พูล 5-1 อาร์เซน่อล พรีเมียร์ลีก

26/12/18 ลิเวอร์พูล 4-0 นิวคาสเซิ่ล พรีเมียร์ลีก

21/12/18 วูล์ฟแฮมป์ตัน 0-2 ลิเวอร์พูล พรีเมียร์ลีก

16/12/18 ลิเวอร์พูล 3-1 แมนฯ ยูไนเต็ด พรีเมียร์ลีก

11/12/18 ลิเวอร์พูล 1-0 นาโปลี แชมเปี้ยนส์ลีก

คู่บิ๊กแมทต์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ความพร้อมของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล

แมนเชสเตอร์ ซิตี้

   เกมนี้เจ้าถิ่นอดใช้งาน แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ ที่มีอาการเจ็บหนักต้องพักยาว ส่วน ฟาเบียน เดลฟ์ ก็ไม่สามารถลงสนามได้เนื่องจากติดโทษแบน ข่าวดีคือ เควิน เดอ บรอยน์ กลับมาซ้อมร่วมกับเพื่อนร่วมทีมได้แล้วพร้อมกับมาเป็นตัวเลือก ในขณะที่ อิลคาย กุนโดกัน ที่พลาดลงสนามในนัดล่าสุดจะออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมนี้

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : เอแดร์ซอน, ไคล์ วอล์คเกอร์, จอห์น สโตนส์, เอมเมอริก ลาปอร์กต์, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, แฟร์นันดินโญ่, ดาบิด ซิลบา, ราฮีม สเตอร์ลิง, เซร์คิโอ อเกวโร่, ลีรอย ซาเน่

ลิเวอร์พูล

   ทางด้าน หงส์แดง ลิเวอร์พูล ของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ เกมนี้ยังคงไม่มี โจ โกเมซ และ โฌแอล มาติป ที่บาดเจ็บและยังคงพักรักษาตัวอยู่ ส่วน อัลเบร์โต้ โมเรโน่ กับ เจมส์ มิลเนอร์ ก็กลับมาซ้อมได้แล้ว ในขณะที่ 3 แนวรุกตัวสำคัญของทีมอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ ยังอยู่กันครบ

   รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : อาลีสซง เบ็คเกอร์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์, เดยัน ลอฟเรน, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน, จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เจมส์ มิลเนอร์, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่

 

 

 

คืนรองฝูง กลัดบัค โดนก่อน แต่โชว์เหนือแซงชนะ ฮันโนเวอร์ 4-1

คืนรองฝูง กลัดบัค โดนก่อน แต่โชว์เหนือแซงชนะ ฮันโนเวอร์ 4-1

   คืนรองฝูง โบรุสเซีย มึนเช่น กลัดบัค ที่โดนนำเร็วตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งแรก แต่ยังโชว์เหนือมาแซงเอาชนะฮันโนเวอร์ไปได้ 4-1

คืนรองฝูง กลัดบัค แซงชนะ ฮันโนเวอร์ 4-1

   ดูบอลสด ศึกฟุตบอล บุนเดสลีกา โบรุสเซีย มึนเช่น กลัดบัค เปิดบ้านต้อนรับ ฮันโนเวอร์ ที่สนาม สตาดิโอน อิม โบรุสเซีย ปาร์ค ในวันอาทิตย์ที่ 25 พฤศจิกายน 2561

   เริ่มเกมได้เพียงแค่ 20 วินาทีเท่านั้น ฮันโนเวอร์ ทำแฟนบอลเจ้าถิ่นอึ้งไปตามๆกัน เมื่อมาได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 อย่างรวดเร็วจากจังหวะบอลยาวที่วางมาให้ ฟูลครูก โหม่งต่อไปให้ บ๊อบบี้ วู้ด วิ่งไปเอาบอลแล้วหลุดเข้าไปซัดตุงตาข่าย ทีมเยือนนำเร็ว 1-0

   แต่หลังจากนั้นไม่นานในนาทีที่ 7 กลัดบัค ยิงมายิงกลับไม่โกง ตามตีเสมอเร็ว 1-1 ทันที จากจังหวะที่ ธอร์กาน อาซาร์ บรรจงซัดเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบเสาไกลอย่างสวยงาม

   หลังจากนั้นถัดมาอีกเพียง 3 นาที ธอร์กาน เกือบจะซัดเบิ้ลให้กับ กลัดบัค ได้สำเร็จจากลูกยิงในกรอบเขตโทษ บอลแฉลบเปลี่ยนทาง ทำให้พลาดประตูที่ 2 ไปอย่างน่าเสียดาย

   เกมผ่าน 20 นาที ทั้งสองทีมเริ่มจะผ่อนเกมลง แต่ กลัดบัค ยังเป็นฝ่ายที่ครองบอลได้เหนือกว่า ในขณะที่ ฮันโนเวอร์ ก็พยายามเน้นการคุมโซนในแดนของตัวเองเป็นส่วนใหญ่

   นาทีที่ 36 เกมต้องหยุดชะงักไปชั่วคราวเมื่อผู้เล่นทั้งสองทีมมีจังหวะที่ปะทะกันอย่างรุนแรง ทางฝั่งของทีมเยือนมีผู้เล่นได้รับบาดเจ็บหัวแตก ส่วนทางด้าน กลัดบัค กินเตอร์ ไม่สามารถเล่นต่อไหวจึงจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวออกจากสนามไป

   หลังจากนั้นช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 44 กลัดบัค มาได้ประตูแซงขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะที่ ยันท์ชเก้ ออกบอลช้าเลยโดนผู้เล่นของทีมเยือนแย่งบอลไปได้ แต่กลับกลายเป็นว่าบอลปิ้นลอยมาตกหลังแนวรับของทีมเยือนซะงั้น ลังค์ เลยได้โอกาส ควบไปซัดเป็นประตูจนได้

   ครึ่งหลัง กลัดบัค ได้ประตูทิ้งห่างเป็น 3-1 ในนาทีที่ 58 เมื่อ ธอร์กาน ได้บอลแล้วเปิดจากสุดเส้นหลังไปที่เสาไกลให้ สตินเดิล ซัดเต็มข้อตุงตาข่าย

   จากนั้นเจ้าถิ่นยังครองเกมบุกอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ปล่อยโอกาสให้ทีมเยือนลืมตาอ้าปากได้เลย ในขณะที่เกมของ ฮันโนเวอร์ เองดูเหมือนจะรวนๆ และยังกลับเข้าสู่เกมไม่ได้

   จนกระทั่งนาทีที่ 77 กลัดบัค มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 4-1 จากจังหวะที่ สโตเบิล แทงบอลยาวทะลุช่องไปให้ ซากาเรีย ทะลุขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะยิงเข้าเสาไกลไปอย่างสวยสดงดงาม

   ช่วงท้ายเกม กลัดบัค ดูเหมือนจะพอใจกับสกอร์ที่ได้แล้ว จึงเล่นกันอย่างสบายๆมากขึ้นและถอยลงมาคุมโซนอยู่ในแดนของตัวเองเป็นส่วนใหญ่ ทำให้หมดเวลาการแข่งขัน กลัดบัค เป็นฝ่ายแซงชนะ ฮันโนเวอร์ 4-1 เก็บเพิ่ม 3 คะแนน ขยับขึ้นมาเป็นรองจ่าฝูงตามหลัง ดอร์ทมุนด์ 4 แต้ม

 

ปืนกระสุนด้าน อาร์เซนอล เจ๊า สปอร์ติ้ง 10 ตัว แบบไร้สกอร์ 0-0 ยังลิ่วน็อคเอาท์

ปืนกระสุนด้าน อาร์เซนอล เจ๊า สปอร์ติ้ง 10 ตัว แบบไร้สกอร์ 0-0 ยังลิ่วน็อคเอาท์

   ปืนกระสุนด้าน เจ๊า สปอร์ติ้ง แบบไร้สกอร์ 0-0 แถมยังต้องสังเวย แดนนี่ เวลเบ็ค ที่บาดเจ็บข้อเท้าตั้งแต่ครึ่งแรก และครึ่งหลัง สเตฟาน ลิชท์สไตเนอร์ ยังมาเจ็บที่แฮมสตริงไปอีกคน ทำให้ อาร์เซนอล เก็บเพิ่มได้อีกเพียง 1 แต้มในเกมนี้แต่ก็เพียงพอที่จะผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ในยูโรป้าลีกได้สำเร็จเพราะผลอีกคู่เป็นใจ

   ผลบอลสด ศึกฟุตบอล ยูฟ่า ยูโรป้าลีก กลุ่มอี อาร์เซนอล เปิดบ้านพบกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในวันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน 2561

ปืนกระสุนด้าน อาร์เซนอล เจ๊า สปอร์ติ้ง 00

   เริ่มเกม อาร์เซนอล เป็นฝ่ายที่ครองเกมไว้ได้และเป็นฝ่ายที่ได้ทักทายก่อนในนาทีที่ 8 จากจังหวะที่ เจนกินสัน ได้ลองส่องแถวริมกรอบเขตโทษ ซึ่งก็ทำได้แค่ส่งบอลหลุดกรอบออกไปเท่านั้น

   นาที 27 โอกาสอีกครั้งของ ปืนใหญ่ ที่น่าจะเป็นประตูแบบสุดๆ เมื่อ เกนดูซี่ พาบอลหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษฝั่งขวาสุดเส้นหลัง ก่อนจะไหลไปหน้าปากประตูให้ เวลเบ็ค ไขว้บอลไปแฉลบ ริเบโร่ กำลังจะข้ามเส้นแต่ โคอาเตส ยังตามมาสไลด์บอลออกไปได้หวุดหวิด

   เกมกำลังจะผ่านครึ่งชั่วโมง ความซวยก็มาเยือน อาร์เซนอล จนได้เมื่อ เวลเบ็ค ล้มข้อเท้าพลิกจากจังหวะขึ้นโหม่งบอล แพทย์สนามต้องลงไปปฐมพยาบาล และดูเหมือนว่าอาการจะหนักจนเล่นต่อไม่ไหว เอเมรี่ จึงส่ง โอบาเมยอง ลงสนามไปยืนเป็นหน้าเป้าแทน เวลเบ็ค

   จากนั้น อาร์เซนอล ยังคงเป็นฝ่ายครองเกมบุกกดดันเข้าสปอร์ติ้งเรื่อยๆ แต่ทำอะไรได้ไม่มากนัก และแทบจะไม่มีจังหวะได้จบเลย ทำให้จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเสมอกันแบบไร้สกอร์ 0-0

   ครึ่งหลังลงสนามมาปุ๊บปืนก็ได้ลุ้นปั๊บและเป็นโอกาสลุ้นที่ อาร์เซนอล น่าจะได้ประตูขึ้นนำแบบสุดๆ จากจังหวะที่ ลิชท์สไตเนอร์ โหม่งชงไปให้ มาคิทาร์ยาน ลากบอลไปจนสุดเส้นหลังฝั่งขวา ก่อนจะเปิดกลับไปที่เสาแรกให้ โอบาเมยอง ชาร์จจ่อๆ น่าเสียดายที่บอลหลุดออกไปนิดเดียวเท่านั้น

   ต่อมาดูเหมือนว่าความซวยของ อาร์เซนอล จะยังไม่ได้หมดแค่ที่ เวลเบ็ค ได้รับบาดเจ็บ แต่ในนาทีที่ 73 ปืนก็ต้องมาเสีย ลิชท์สไตเนอร์ อีกคนจากจังหวะที่เจ้าตัวเติมเกมขึ้นมาในกรอบเขตโทษฝั่งขวา  แล้วมีอาการบาดเจ็บบริเวณแฮมสตริงจนเล่นต่อไม่ไหว เอเมรี่ จึงต้องส่ง เมตแลนด์ ไนส์ ลงสนามไปเล่นแทน ในขณะที่เวลาก็เหลือน้อยลงไปทุกที

   ช่วงท้ายเกมก่อนทดเจ็บ นาทีที่ 87 อยู่ๆสปอร์ติ้งก็พลาดจากจังหวะที่เล่นอยู่ดีๆ ดันไปส่งบอลคืนหลังทำให้ โคอาเตส ที่ยังไม่ทันตั้งตัวไปพลาดโดน โอบาเมยอง ควบไปถึงบอลก่อน มาติเยอ ไม่มีทางเลือกพรุ่งเสียบหยุดเอาไว้ก่อน ผู้ตัดสินจึง เป่าฟาวล์แล้วควักใบแดงไล่ มาติเยอ ออกจากสนามไปทันที

   ซึ่งจากจังหวะดังกล่าวทำให้ อาร์เซนอล ได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษฝั่งซ้ายและก็เป็น โอบาเมยอง ที่รับหน้าที่จัดการเอง ด้วยการวิ่งมาซัดด้วยขวา บอลพุ่งแรงข้ามกำแพงแล้วออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้นอะไรเลย

   จนกระทั่งจบเกมทั้งสองทีมก็ยังทำอะไรกันไม่ได้ สุดท้ายเสมอกันไป 0-0 แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ อาร์เซนอล ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ เนื่องจากผลอีกคู่ในกลุ่มเป็นใจ

 

 

ยูโรป้า ลีก พรีวิว ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต พบ ลาซิโอ 5 ตุลาคม 2561

ยูโรป้า ลีก พรีวิว ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต พบ ลาซิโอ 5 ตุลาคม 2561

   ยูโรป้า ลีก ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต เปิดบ้านต้อนรับ ลาซิโอ ที่สนาม วัลท์ชตาดีอ็อน ดูบอลสด ในวันที่ 5 ตุลาคม 2561 เวลา 02.00 น.

ความพร้อมของทั้งสองทีม

ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต

   เจ้าถิ่นประสบกับปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเพียบไม่ว่าจะเป็น คาร์ลอส ซัลเซโด้ , ทิโมธี แชนด์เลอร์ , กอนซาโล่ ปาเซียนเซีย , มาร์โก ฟาเบียน , ทาเล็บ ทาวาธ่า และ ฟรานซิสโก้ เกรัลเดส

   นอกจากนี้ยังหมดสิทธิ์ใช้งาน เจโทร วิลเล่มส์ ที่ติดโทษแบน อาดี้ ฮุตเตอร์ กุนซือของทีมฝากความหวังไว้กับเกมรุกโดยส่ง ลูก้า โยวิช ประสานงานกับ อันเต้ เรบิช

   แดนกลางเป็น แดนนี่ ดา คอสต้า, โจนาธาน เด กูซมัน, มิยาต กาซิโนวิช และ ฟิลิป คอสติช แนวรับใช้ ลูกัส ตอร์โร่, มาร์โก รุสส์, ดาวิด อับราฮัม และ เอวาน เอ็นดิคก้า โดยมี เควิน ทรัพพ์ รับหน้าที่เฝ้าเสา

   นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : เควิน ทรัพพ์, มาร์โก รุสส์, ดาวิด อับราฮัม, เอวาน เอ็นดิคก้า, ลูกัส ตอร์โร่, แดนนี่ ดา คอสต้า, โจนาธาน เด กูซมัน, มิยาต กาซิโนวิช, ฟิลิป คอสติช, ลูก้า โยวิช, อันเต้ เรบิช

ลาซิโอ

   ทีมเยือน ลาซิโอ เกมนี้ยังไม่มี จอร์แดน ลูกากู ที่ยังอยู่ในช่วงเรียกความฟิต และ สเตฟาน ราดู ที่ยังไม่พร้อมเกมนี้ ส่วนนักเตะรายอื่นพร้อมลงสนามทั้งหมด

   ซิโมเน่ อินซากี้ กุนซือของทีมส่งแนวรุกจะพัก เฟลิเป้ ไกเซโด้ แล้วให้โอกาส ฮัวกิน กอร์เรอา แนวรับปรับมาใช้ บาสโต๊ส, วัลเลซ และ มาร์ติน กาเซเรส แล้วพัก ลุยซ์ ฟิลิเป้ และ ฟรานเชสโก้ อาแชร์บี้

   นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง :ซิลวิโอ โปรโต, บาสโต๊ส, วัลเลซ, มาร์ติน กาเซเรส, ดูซาน บาสต้า, มิลาน บาเดลจ์, เซอร์เกจ์ มิลินโควิช-ซาวิช, อเลสซานโดร มูร์เกีย, เซนาด ลูลิช, ฮัวกิน กอร์เรอา, เฟลิเป้ ไกเซโด้

ยูโรป้า ลีก วิเคราะห์บอล ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต พบ ลาซิโอ

   เจ้าถิ่นประเดิมศึก ยูโรป้า ลีก ในฤดูกาลนี้ด้วยการบุกไปเอาชนะ โอลิมปิก มาร์กเซย 2-1 ในนัดแรก ส่วนทางด้านทีมเยือน ลาซิโอ ก็ทำได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน โดยในเกมแรกในยูโรป้าพวกเขาเปิดบ้านเอาชนะ อปอลลอน ลิมาสซอล ไป 2-1

   หากวิเคราะห์จากฟอร์มการเล่นแล้ว ลาซิโอ ดูเหมือนว่าจะเหนือกว่า แฟร้งค์เฟิร์ต อยู่พอสมควร แต่เกมนี้ แฟร้งค์เฟิร์ต ได้เล่นในบ้านคงจะไม่ปล่อยให้ ลาซิโอ ชิง 3 แต้มกลับบ้านได้ง่ายๆเป็นแน่ อย่างไรก็ตามด้วยศักยภาพของทีม ลาซิโอ น่าจะเป็นฝ่ายเก็บชัยมาได้ในที่สุด

 

 

 

กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี นัดที่ 6 พรีวิว ยูเวนตุส ปะทะ โบโลญญ่า

กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี นัดที่ 6 พรีวิว ยูเวนตุส ปะทะ โบโลญญ่า

   กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี นัดที่ 6 ดูบอลสด ม้าลาย ยูเวนตุส เปิดบ้านพบกับ โบโลญญ่า ที่สนาม อัลลิอันซ์ สเตเดียม ในวันพุธที่ 26 กันยายน 2561 เวลา 02.00 น.

ความพร้อมของทั้งสองทีม

ยูเวนตุส

   ม้าลาย ยูเวนตุส เกมนี้ยังไม่มี ดั๊กลาส คอสต้า ที่ยังคงติดโทษแบนอยู่ รวมทั้ง ซามี เคดิร่า, เลโอนาร์โด้ สปินัซโซล่า และ มัตเตีย เด ชีโย่ ต่างก็ยังคงมีอาการบาดเจ็บ

   คิดว่าเกมนี้ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี กุนซือของ ยูเว่ คงจะมีการโรเตชั่นนักเตะบางตำแหน่งเพื่อพักบางตัวที่กรำศึกกันมาพอสมควร มัตเตีย เปริน ได้รับโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงเกมแรก

   แดนกลางยังคงเป็น มิราเล็ม ปานิช และ เปาโล ดีบาล่า ที่ประสานทำเกมรุกช่วย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่

   นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : มัตเตีย เปริน, ฮวน กวาดราโด้, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, เมห์ดี้ เบนาเตีย, ชูเอา กานเซโล่, เอ็มเร่ ชาน, มิราเล็ม ปานิช, แบลส มาตุยดี้, เปาโล ดีบาล่า, เฟเดริโก้ แบร์นาร์เดสคี่, คริสเตียโน่ โรนัลโด้

โบโลญญ่า

   ทางด้านทีมเยือนเกมนี้ยังไม่มี เอริค ปุลการ์ ที่ยังติดโทษแบน รวมทั้งนักเตะที่ยังคงมีปัญหาบาดเจ็บทั้ง ก็อดเฟร็ด ดอนซาห์, ฟิลิป เฮลันเดอร์, โรดริโก้ ปาลาซิโอ และ อันเดรีย โปลี

   เกมนี้กุนซือ ฟิลิปโป้ อินซากี้ น่าจะไม่ปรับอะไรมากจากเกมก่อน มีเพียงแนวรุกที่อาจจะให้โอกาส ออร์ยี่ โอควันคโว ที่เป็นสำรองในนัดที่แล้วและทำผลงานได้ดี ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมนี้จับคู่กับ เฟเดริโก้ ซานตานเดอร์

   นักเตะที่คาดว่าจะเป็นตัวจริง : ลูคัสซ์ สโครุปสกี้, อาร์ตูโร่ คาลาเบรซี่, ดานิโล่, เซบาสติยอง เดอ มาโญ, เฟเดริโก้ มัตติเอลโล่, มัตติอัส สเวนเบิร์ก, อดัม นากี, เบลริม เซมายลี่, มิตเชลล์ ไดจ์ส, ออร์ยี่ โอควันคโว, เฟเดริโก้ ซานตานเดอร์

กัลโช่ เซเรีย อา วิเคราะห์เกม ยูเวนตุส ปะทะ โบโลญญ่า

   ความร้อนแรงของ ยูเว่ ในตอนนี้คงยากนักที่จะมีทีมไหนหยุดอยู่ หลังจากที่พวกเขาออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยการเอาชนะคู่แข่งมา 6 นัดรวด ดังนั้นเกมนี้จึงเป็นเรื่องค่อนข้างยากที่ โบโลญญ่า จะมาเก็บแต้มออกไปจากถิ่นของ ยูเวนตุสได้ ฟันธงว่าเกมนี้ ม้าลายไม่พลาดแน่นอน ยูเวนตุส จะเป็นฝ่ายเก็บชัยไปได้ในที่สุด

 

สเตอร์ลิ่ง ขอเงินเพิ่มในการต่อสัญญาฉบับใหม่

สเตอร์ลิ่ง ขอเงินเพิ่มในการต่อสัญญาฉบับใหม่

   สเตอร์ลิ่ง สามารถที่จะโชว์ฟอร์มและทำผลงานต่างๆ ออกมาได้ดีเป็นอย่างมากนั้น ล่าสุดการที่ได้มีโอกาสไปร่วมทีมกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั้นในการต่อสัญญาฉบับใหม่ทางด้านเจ้าตัวก็เตรียมที่จะขอเงินเพิ่มด้วยนะครับ

   ซึ่งในการขอเงินเพิ่มในครั้งนี้ก็มีมูลค่าประมาณ 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์นั่นเอง ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันในการขอเงินเพิ่มขนาดนี้ทางด้านผู้จัดการทีมและทางสโมสรนั้นจะว่าอย่างไร แต่ถ้าหากไม่ได้จริงๆ งานนี้ราฮีม เองก็คงอาจจะโบกมือย้ายออกจากทีมก็เป็นไปได้เช่นกัน

   แต่ถึงจะโบกมือลาไปนั้นก็ยังมีทีมอื่นๆ ที่รอคอยเจ้าตัวหวังที่จะดึงเข้าทีมอยู่เหมือนกันนะครับ ซึ่งงานนี้ทางด้าน เรอัล มาดริด ก็เตรียมที่จะหมายหัวและเฝ้าติดสถานการณ์กันอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

สเตอร์ลิ่ง เตรียมขอเงินค่าตัวเพิ่มถ้าไม่ได้พร้อมที่จะไป

   งานนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งข่าวใหญ่ที่น่าจับตามองเป็นอย่างมากเลยนะครับ โดยในการต่อสัญญาฉบับใหม่สำหรับ ราฮีม สเตอร์ลิ่งนั้นก็ได้เรียกร้องข้อเสนออันใหม่ไปนะครับ โดยในการต่อสัญญาในครั้งนี้ก็ขอขึ้นค่าตัวประมาณ 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์นั่นเอง

   ถ้าหากไม่ได้รับข้อเสนออันนี้ก็พร้อมที่จะโบกมือลาเตรียมลากกระเป๋าออกจากทีมไปนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นในตอนนี้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ก็เหลือสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัดเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้นนะครับ แต่ในตอนนี้ก็ยังปฎิเสธในการต่อสัญญาอยู่

   ซึ่งทางด้าน ผู้จัดการทีมคนเก่งอย่าง โจเซฟ กวาร์ดิโอล่า นั้น ก็ยังไม่มีการพูดคุยอะไร เพราะเจ้าตัวนั้นก็เรียกค่าตัวที่สูงเป็นอย่างมากนั่นเอง ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าข้อเสนอดังกล่าวนั้นทางเรือใบสีฟ้าจะสามารถที่จะสู้ไหวหรือเปล่านั่นเอง การที่ราฮีม สเตอร์ลิ่งจะทุ่มเทให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั้นก็นะต้องเป็นการเพิ่มเงินเท่านั้นนะครับ

   โดยถ้าหากข้อตกลงที่ได้ยื่นขอไปแล้วมีการเจรจากันอย่างลงตัวแล้วรับรองเลยว่าฟอร์มของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ นั้นก็จะสวยงามอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากข้อตกลงไม่โอเคงานนี้ก็ยังมีอีกหลายๆ ทีมที่กำลังต้องการตัวนักเตะคนนี้อยู่เหมือนกันนะครับ เพราะทางเรอัล มาดริดนั้นลีกดังแห่งลาลีกา สเปน ก็เตรียมพร้อมที่จะคว้าตัวราฮีม สเตอร์ลิ่งไปร่วมทีมอยู่เหมือนกันนั่นเอง

   ดังนั้นก็จะต้องดูกันต่อไปสัญญาและข้อเสนอฉบับใหม่นี้นั้นจะมีอะไรน่าสนใจบ้างแล้วราฮีม สเตอร์ลิ่งเองจะสนใจอยู่ต่อไหมก็คงจะต้องติดตามดูกันต่อไปนะครับ แต่ถ้าหากข้อเสนอของทีมอื่นดีกว่าจริงๆ งานนี้ ราฮีม เองก็คงอาจจะโบกมือลาออกจากทีมไปอย่างแน่นอน

 

เสือเหลือง เตรียมยืมตัวนักเตะจากบาร์ซ่าเข้าร่วมทีมแล้ว

เสือเหลือง เตรียมยืมตัวนักเตะจากบาร์ซ่าเข้าร่วมทีมแล้ว

   เสือเหลือง หรือดอร์ทมุนด์ ทีมใน บุนเดสลีกา ผลงานที่ตั้งแต่เปิดฤดูกาลมาก็ยังไม่สามารถที่จะทำออกมาได้อย่างน่าประทับใจกันเลยนะครับ โดยทางด้านผู้จัดการทีมคนเก่งอย่าง ลูเซียง ฟาฟร์ นั้น ก็ได้ออกมายอมรับแล้วว่าในตอนนี้ฟอร์มการเล่นของเสือเหลืองก็ไม่สามารถที่จะเล่นกันได้ดีอย่างที่ควรจะเป็นทำให้ในตอนนี้นั้นผลงานก็ถือว่าย่ำแย่มากพอสมควรนั่นเอง

   อย่างไรก็ตามนั้นนั้นในตอนนี้ทางด้านเสือเหลืองก็เตรียมที่จะทุ่มเม็ดเงินหวังที่จะยืมตัวนักเตะจากบาร์เซโลน่ามาเข้าร่วมทีมกันแล้วนะครับ ซึ่งในครั้งนี้ก็หวังว่าจะยืมตัวนักเตะคนเก่งอย่าง ปาโก้ อัลกาเซร์ ซึ่งถือเป็นนักเตะตัวสำรองของบาร์เซโลน่าที่ไม่ค่อยจะมีบทบาทสักเท่าไร

   ซึ่งงานนี้ก็คาดกันว่าทางด้านเสือเหลืองที่ต้องการตัวมาร่วมทีมอยู่แล้วนั้นก็น่าจะมีสิทธิ์ที่จะได้คว้าตัวมาครอบครองได้นั่นเอง

เสือเหลือง พร้อมทุ่มเงินยืมตัวนักเตะจากบาร์ซ่าเข้าทีมแล้ว

   โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์นั้นในครั้งนี้ก็เตรียมตัวที่จะขอยืมตัวนักเตะอย่างปาโก้ อัลกาเซร์ นักเตะคนเก่งที่มักจะนั่งเป็นตัวสำรอง มาใช้งานในซีซั่นนั่นได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็ได้จับตัวเซ็นสัญญามายืมตัวด้วยมูลค่าประมาณ 22 ล้านยูโรหรือ 88 ล้านบาทไทยนั่นเอง

   อย่างไรก็ตามนั้นงานนี้การที่เสือเหลืองได้ตัว ปาโ อัลกาเซร์ มาร่วมทีมนั้นก็คิดว่าน่าจะสามารถทำให้ฟอร์มการเล่นของทีมสามารถที่จะกลับมาสนุกและโดดเด่นได้อีกครั้งอย่างแน่นอนนั่นเอง

   อย่างไรก็ตามนั้นก็จะต้องดูกันต่อไปนะครับหลังจากนี้นั้นผลงานและฟอร์มการเล่นของเสือเหลืองนั้นจะสามารถที่จะระเบิดฟอร์มได้ดีหรือเปล่า แต่รับรองเลยว่าซีซั่นนี้เสือเหลืองก็จะไม่ยอมแพ้ไปง่ายๆ อย่างแน่นอน

   โดยผลงานที่ผ่านมาของ ปาโก้ อัลกาเซร์ นั้นที่อยู่กับทีมบาร์เซโลน่านั้นก็สามารถที่จะทำผลงานออกมาได้ดีเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งก็ได้มีโอกาสในการลงเล่นให้กับบาร์เซโลน่าไปมากถึง 50 นัดด้วยกันและสามารถที่จะยิงไปแล้วได้มากถึง 15 ประตู นับได้ว่าผลงานขนาดนี้ก็ถืออยู่ในฟอร์มที่ดีเลย

   ดังนั้น ก็ต้องดูกันต่อไปการที่มาอยู่กับทีมเสือเหลืองแบบชั่วคราวนั้นจะสามารถที่จะระเบิดฟอร์มการเล่นได้อย่างโดดเด่นหรือไม่ก็คงจะต้องติดตามกันต่อไป ดังนั้นจับตามองกันไว้ได้เลยนะครับในซีซั่นนี้ผลงานในการคุมทีมของลูเซียง ฟาฟร์ นั้นก็จะสามารถทำให้ทีมนั้นคว้าแชมป์ในซีซั่นนี้มาครอบครองได้นั่นเอง